ชี้แจงดราม่าย้าย 'น.อ.ธรรมนูญ' ผบ.ฉก.นย.ตราด เป็นวงรอบปกติ ไม่ใช่เปลี่ยนม้ากลางศึก
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล หลังมีคำสั่งย้าย "น.อ.ธรรมนูญ วรรณา" ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน จังหวัดตราด (ผบ.ฉก.นย.ตราด) ไปดำรงตำแหน่งผู้บังคับการหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (ผบ.นปท.ทร.) โดย พล.ร.ท. อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินและผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ยืนยันว่าไม่ใช่การเปลี่ยนม้ากลางศึกหรือต้องโดนทัวร์ลง เนื่องจากประชาชนอาจไม่พอใจ แต่เป็นการดำเนินการตามวงรอบปกติของนาวิกโยธินและกองกำลังป้องกันชายแดน เพื่อการจัดวางตัวบุคคลให้เหมาะสมกับสถานการณ์
อาจารย์รัฐศาสตร์ชี้แจงเป็นข้อๆ ลดความกังวล
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตปรึกษาผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าเห็นดราม่าถล่มกองทัพเรืออย่างหนัก จึงขออนุญาตใช้พื้นที่ชี้แจงเป็นข้อๆ เพื่อลดความปริวิตกของผู้ที่ห่วงใยผู้การธรรมนูญ กลัวจะเพลี่ยงพล้ำฝ่ายเขมร พร้อมเน้นย้ำว่ากองทัพเรือมีแบบแผนยุทธวิธีเฉพาะของตัวเอง
ข้อที่ 1: การโยกย้ายของกองทัพเรือเป็นลักษณะวงรอบประจำปี ปีละ 2 ครั้ง เพื่อรองรับและจัดทัพให้นายทหารได้หมุนเวียนไปตำแหน่งสำคัญต่างๆ ตำแหน่งที่ผู้การธรรมนูญย้ายไปนั้น ไปแทนตำแหน่งรุ่นพี่ซึ่งย้ายไปรับตำแหน่ง "รองนายพล" (ตำแหน่งถัดไปก็ขึ้นนายพล) โดยมีการปรับย้ายครั้งนี้หลายตำแหน่ง ไม่ได้เจาะจงตำแหน่งของผู้การธรรมนูญ
1.1: ตำแหน่ง ผบ.ฉก.นย.ตราด จะใช้นายทหารประจำ นายทหารระดับนาวาเอกพิเศษ ที่ประจำสำนักงานผู้บังคับบัญชาของกองบัญชาการนาวิกโยธิน มาดำรงตำแหน่ง "ภาคสนาม" ไม่ใช่ตำแหน่งหลักในที่ตั้งปกติ ซึ่งแตกต่างจากกองทัพบก ที่มักทำหน้าที่หมวก 2 ใบ เช่น ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ (ตำแหน่งภาคสนาม) แต่ตำแหน่งที่ตั้งในยามปกติคือผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19
1.2: เพราะกองทัพเรือไม่ต้องการให้มีผลกระทบต่อการตัดสินใจ หาก "ผู้บังคับการ" จะมีหมวก 2 ใบ 2 หน้าที่ อาจทำหน้าที่ด้านใดด้านหนึ่งไม่สมบูรณ์หรือละที่ตั้งหน่วยปกติของตน เนื่องจากกองทัพเรือมีกำลังพลน้อยกว่ากองทัพบกมาก ตำแหน่งผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจของนาวิกโยธินจึงมาจากตำแหน่งนายทหารประจำระดับนาวาเอก (พิเศษ) ที่ต้องผลัดสลับหมุนเวียนการทำหน้าที่อยู่แล้ว คือใช้สอยกำลังพลที่ยังไม่มีตำแหน่งหลักลงไปสร้างผลงานภาคสนามให้เข้าตาผู้บังคับบัญชาเสียก่อน
ข้อที่ 2: การที่สื่อมวลชนรายงานข่าวว่าเป็นการย้ายแบบเจ้าตัวไม่รู้ตัวนั้น ถือเป็นเรื่อง "ปกติวิสัย" ของธรรมเนียมการแต่งตั้งโยกย้ายทหารอยู่แล้ว โดยทั่วไปเขาไม่บอกกันว่าเจ้าตัวหรือบุคคลที่ถูกคาดการณ์ว่าจะถูกปรับย้ายไปตำแหน่งไหน การย้ายกำลังพลในหน่วยเป็นดุลยพินิจของหัวหน้างานนั้นๆ เป็นการปรับให้เหมาะสม อย่างเต็มที่อาจจะมีพี่ๆ มาแหย่ว่า "เดี๋ยวมีข่าวดี" ถือว่าเป็นที่รู้กันว่าจะมีการโยกย้าย อาจจะสูงขึ้นหรือในระนาบเท่าเดิม หลายๆ คนกำลังเก็บของเตรียมย้าย แต่คำสั่งออกมาไม่มีชื่อก็ต้องอยู่ที่เดิม อย่างนี้เป็นเรื่องปกติของวิถีรับราชการทหาร
ข้อที่ 3: นายทหารที่มาดำรงตำแหน่งหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ท่านใหม่คือ น.อ.ปรัชญา โพธิ์ย้อย เตรียมทหาร 32 ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของผู้การธรรมนูญที่เป็นเตรียมทหาร 34 เอาเข้าจริง ตำแหน่งที่ผู้การธรรมนูญจะไปนั่งก็คือ ผบ.หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ ถือว่ามีความสำคัญมาก
ข้อที่ 4: เขมรปรับย้ายนายทหาร โดยเฉพาะนายพลจัตวาคนใหม่ ไม่ใช่ทหารในพื้นที่ แต่เคยทำงานประสานงานกับผู้การคนใหม่อย่าง น.อ.ปรัชญา มาก่อนหน้านี้แล้ว สมัยที่ผู้การปรัชญาเป็นหัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย/กพช. กองกำลังป้องกันชายแดน เลยรู้จักนายทหารกัมพูชาคนนี้ คือกองทัพเรือคิดแผนขั้นตอนละเอียด เพื่อ "รู้เขา" ว่าคนใหม่มามีวิธีคิดอย่างไร
ข้อที่ 5: ผู้การปรัชญา ผบ.ฉก.นย.ตราด คนใหม่ เคยมีประสบการณ์ราชการสนาม ดังนี้
- เสธ.ฉก.นย.ตราด
- รอง ผบ.ฉก.นย.ตราด
- ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี
ข้อที่ 6: อาจจะถือว่าท่านเสียสละด้วยซ้ำที่ความจริงอาจต้องสไลด์ขึ้นตำแหน่งระดับรองนายพลได้ เพราะต้องเอาคนมีประสบการณ์มารับมือการปรับทัพใหม่ของฝั่งเขมร เพราะทางโน้นเขาก็วางกำลังนายทหารชายแดนทางบ้านทมอดา เกือบยกแผง ดังนั้นประสบการณ์ในพื้นที่ครบเครื่องแบบนี้ จะไม่ใช้งานได้อย่างไร รอดูผลงานผู้การปรัชญาดีกว่า
ข้อที่ 7: ตำแหน่งใหม่ของผู้การธรรมนูญ ถือว่าผู้บังคับบัญชาให้ความไว้วางใจให้ไปทำงานสำคัญมาก เพราะการเก็บทุ่นระเบิดหากปฏิบัติการต่อเนื่อง และมีตัวเลขจำนวนทุ่นที่เก็บได้เป็นหลักฐานจะถูกใช้เป็นข้อมูลประกอบที่ไทยจะใช้เก็บรวบรวม เวลาท่านรองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สีหศักดิ์ ใช้ไปตบหน้าเขมรที่ประชุมภาคีอนุสัญญาออตตาวา ว่าไทยทำอย่างจริงจัง เรายิ่งมีความชอบธรรมดูดีในสายตาโลกมากขึ้น งานปิดทองหลังพระนี้สำคัญมาก จึงขอให้เชื่อมั่นในกองทัพเรือ เชื่อว่าบางเรื่องเขาไม่อยู่ในวิสัยที่ออกมาชี้แจงอะไรได้ เพราะฝั่งโน้นติดตามความเคลื่อนไหวเราตลอดเวลา
ผศ.ดร.วันวิชิต ยังทิ้งท้ายว่า รู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่ทุกคนห่วงใยใส่ใจคนทำงาน เชื่อว่าพี่ธรรมนูญได้เติบโตไปไกลกว่านี้แน่ เพราะการทำงานทั้งบู๊และบุ๋น จะกลายเป็นคุณสมบัติที่ได้เปรียบ ว่าท่าน "ครบเครื่อง" แล้ว ขอบคุณผู้การธรรมนูญที่ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมระบุป.ล. ว่า นายพลจัตวาของฝั่งเขมรไม่ได้ใหญ่มาจากไหนหรอก ก็เทียบเท่าระดับพันเอก (พิเศษ), นาวาเอก (พิเศษ) บ้านเรานี่แหละ อย่าไปให้ค่าเขมรมาก



