กปช.จต. ชี้แจงการย้าย ผบ.ฉก.นย.ตราด เป็นวาระปกติ เพื่อเสริมศักยภาพหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิด
จากกรณีที่มีการลงนามคำสั่งย้าย น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ไปดำรงตำแหน่งผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ (นปท.ทร. หรือ HMAU) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ล่าสุด กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า การโยกย้ายดังกล่าวเป็นไปตามวงรอบการแต่งตั้งโยกย้ายกำลังพลของกองทัพเรือในวาระกลางปีเดือนเมษายน ซึ่งมีการปรับย้ายรวมทั้งสิ้น 17 นาย โดยไม่ได้เป็นกรณีพิเศษแต่อย่างใด
การพิจารณาตามความรู้ความสามารถและประสบการณ์
ทางกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ระบุว่า ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของ น.อ.ธรรมนูญ ที่เคยปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงพื้นที่ชายแดนจันทบุรี–ตราด เช่น บริเวณบ้านสามหลัง และพื้นที่ทมอดา ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ จึงเห็นควรให้นำศักยภาพดังกล่าวไปเสริมการทำงานในหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดฯ ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักด้านข้อมูลและเทคนิคของกองทัพเรือ และมีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ
ภารกิจสำคัญของหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ
สำหรับ นปท.ทร. มีภารกิจสำคัญในการเก็บกู้และกวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่จันทบุรีและตราด ซึ่งในอดีตเคยเป็นพื้นที่สู้รบและยังคงมีวัตถุระเบิดตกค้างจำนวนมาก ส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพล ในเชิงยุทธวิธี การกวาดล้างทุ่นระเบิดช่วยให้หน่วยทหารสามารถปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน และควบคุมพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการสูญเสีย และเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
จุดเปลี่ยนสำคัญทางยุทธวิธีและการสนับสนุนระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ การปรับบทบาทของหน่วยจากภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ไปสู่การสนับสนุนในลักษณะ “ชุดช่างสนาม” ยังถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางยุทธวิธี โดยช่วยเปิดเส้นทางในพื้นที่เสี่ยง จัดทำพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการตั้งฐาน และสนับสนุนการเคลื่อนที่ของกำลังรบหลักให้มีความรวดเร็วและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันหน่วยยังมีบทบาทด้านการรวบรวมหลักฐานในพื้นที่ปฏิบัติการ ทั้งการตรวจพิสูจน์ชนิดของทุ่นระเบิด การบันทึกพิกัด และจัดเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงในระดับนานาชาติ ซึ่งมีความสำคัญต่อการยืนยันบทบาทของประเทศไทยในการปฏิบัติตามพันธกรณีด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ
การย้ำถึงวัตถุประสงค์ของการปรับย้าย
กปช.จต. ย้ำว่าการปรับย้ายกำลังพลครั้งนี้เป็นไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานทั้งในมิติความมั่นคงและการสนับสนุนภารกิจในระดับสากล ควบคู่กับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน โดยเน้นว่าเป็นการดำเนินการตามนโยบายปกติของกองทัพเรือ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน



