กองทัพเรือชี้แจงการวางตู้คอนเทนเนอร์ชายแดนกัมพูชา-ไทย เป็นมาตรการป้องกันตนเองตามถ้อยแถลงร่วม
กองทัพเรือยืนยันวางตู้คอนเทนเนอร์ชายแดนเพื่อป้องกันตนเอง

กองทัพเรือยืนยันมาตรการวางตู้คอนเทนเนอร์ชายแดน เป็นไปเพื่อป้องกันตนเองและปฏิบัติตามข้อตกลงร่วม

กองทัพเรือไทยได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า การดำเนินการวางตู้คอนเทนเนอร์และเสริมแนวลวดหนามในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันตนเอง และยังคงเป็นไปตามกรอบของถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชา ที่ได้ลงนามไว้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 โดยพลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้ชี้แจงถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจดังกล่าว

การชี้แจงจากโฆษกกองทัพเรือต่อข้อกล่าวหาจากฝ่ายกัมพูชา

ตามที่ฝ่ายกัมพูชาได้นำคณะทูตนานาชาติและผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชายแดน และมีการรายงานข่าวพร้อมเผยแพร่ภาพว่า การดำเนินการของฝ่ายไทย รวมถึงการวางตู้คอนเทนเนอร์ เป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา นั้น สำนักงานโฆษกกองทัพเรือขอชี้แจงว่า การดำเนินมาตรการของฝ่ายไทยมีสาเหตุมาจากการยั่วยุและการรื้อทำลายเครื่องกีดขวางเดิมโดยบุคคลผู้ไม่ประสงค์ดี จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการป้องกันต่อการยั่วยุจากผู้ที่มีเจตนาไม่ดี และลดโอกาสการกระทบกระทั่งระหว่างกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย ซึ่งอาจนำไปสู่การยกระดับสถานการณ์โดยไม่จำเป็น

การวางตู้คอนเทนเนอร์เป็นไปตามแนววางกำลังเดิมที่ตกลงร่วมกัน

พลเรือตรี ปารัช ระบุว่า แนวการวางตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเป็นการวางเท่าที่จำเป็นในบางจุดเท่านั้น รวมถึงแนวลวดหนามในบางช่วง ยังคงเป็นไปตามแนววางกำลังเดิม (troop deployment line) ที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้ ตามข้อ 2 ในถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า "to maintain current deployment troop without further movement" หรือให้ทั้งสองฝ่ายคงสภาพการวางกำลังเดิมโดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังเพิ่มเติมแต่อย่างใด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กองทัพเรือขอยืนยันว่า การดำเนินการของฝ่ายไทยมิได้มีเจตนารุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบของถ้อยแถลงร่วม และหลักการป้องกันตนเอง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และสามารถควบคุมการยั่วยุที่จะเกิดขึ้นจากผู้ไม่หวังดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การดำเนินมาตรการดังกล่าวยังสอดคล้องกับความพยายามของไทยในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาต่างๆ ตามแนวชายแดน เช่น การลอบค้าน้ำมันเถื่อน และการละเมิดข้อตกลงต่อเนื่องจากฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นประเด็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด