เจ้ากรมข่าวทหารบกเตือนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุอาจเกิดการสู้รบครั้งที่ 3 หลังเลือกตั้งปี 2570
พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก ได้ออกมาโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียในวันนี้ (24 มีนาคม 2569) โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของหน้าที่ทหารด้วยคำขวัญที่ว่า "ไม่มีภารกิจใดที่ยากเกินไป ไม่มีการเสียสละใดที่ยิ่งใหญ่เกินไป เพราะหน้าที่ของเรานั้นเหนือสิ่งอื่นใด" พร้อมวิเคราะห์สถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาอย่างละเอียด
ทิศทางสถานการณ์ชายแดนเปลี่ยนไป แต่ยังต้องเฝ้าระวัง
พล.ท.ธีรนันท์ ระบุว่าในปัจจุบัน สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาดูเหมือนจะมีทิศทางที่การใช้กำลังทหารเข้าสู้รบลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้นในการเดินเกมที่ใช้กฎหมายระหว่างประเทศและความพยายามใช้โลกล้อมไทย อย่างไรก็ตาม แม้กระแสความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านจะบดบังสถานการณ์นี้ไปบ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถวางใจได้ว่าจะไม่มีการสู้รบโดยใช้กำลังทหารอีกในอนาคต
เจ้ากรมข่าวทหารบกได้ชี้ให้เห็นปัจจัยสำคัญ 2 ประการที่ควรคำนึงถึง:
- การสั่งซื้ออาวุธจำนวนมาก: กัมพูชาได้สั่งซื้ออาวุธจากหลายประเทศในยุโรปตะวันออก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
- การเลือกตั้งในกัมพูชา: ในปี 2570 กัมพูชาจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความตึงเครียดหรือการเผชิญหน้าบริเวณชายแดน
โอกาสเกิดการสู้รบครั้งที่ 3 และการเตรียมพร้อมของทหารไทย
พล.ท.ธีรนันท์ เน้นย้ำว่า 2 ประเด็นดังกล่าวอาจนำไปสู่การใช้กำลังสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นครั้งที่ 3 แม้ว่ายังไม่เกิดแบบเร่งด่วนในปัจจุบันก็ตาม โดยช่วงเวลาที่ต้องจับตามองอย่างจริงจังคือหลังหน้าฝน หรือประมาณ 4-5 เดือนจากนี้ไป
ด้วยเหตุนี้ เจ้ากรมข่าวทหารบกจึงเตือนว่า ไม่ควรประมาท และทหารไทยต้องกลับไปทำ 2 สิ่งสำคัญ:
- ฝึกเพิ่มเติม: โดยใช้บทเรียนจากการรบทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาเพื่อปรับปรุงแนวคิดในการใช้กำลังครั้งต่อไป
- ฟื้นฟูและสะสมอาวุธ: พร้อมทั้งยุทโธปกรณ์ให้มีความพร้อมในการสู้รบครั้งต่อไป
พล.ท.ธีรนันท์ ยังได้ฝากข้อความเตือนใจว่า "อย่าประมาทมัวแต่ชื่นชมหรือดีใจกับการสู้รบ 2 ครั้งที่ผ่านมา การเตรียมความพร้อมในการทำหน้าที่ให้สมบูรณ์คือสิ่งที่ทหารทุกนายต้องกลับมาเตรียมตัว" ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีการอ้างอิงถึงข่าวที่เกี่ยวข้อง เช่น การป้องกันพื้นที่ซำแตที่คำนึงถึงภูมิประเทศและประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง รวมถึงกรณีที่กัมพูชาลักลอบวางทุ่นระเบิด ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ



