อนุทิน ไฟเขียวเสริมรั้วอาวุธชายแดน ยันเหยียบทุ่นระเบิดศรีสะเกษไม่ใช่การปะทะ
อนุทินไฟเขียวเสริมรั้วอาวุธชายแดน ยันเหยียบทุ่นไม่ใช่ปะทะ

นายกฯ อนุทิน ยืนยันเหตุเหยียบทุ่นระเบิดชายแดนศรีสะเกษไม่ใช่การปะทะ พร้อมไฟเขียวเสริมแนวรั้วและอาวุธกองทัพ

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทหารเหยียบกับระเบิดที่ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ โดยย้ำว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการปะทะกับฝ่ายใด แต่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยควบคุมและกำลังดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้

นายอนุทินอธิบายว่า พื้นที่ที่ฝ่ายไทยกลับไปควบคุมได้นั้นยังคงมีความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดเก่าที่เก็บกู้ไม่หมด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่างสูง โดยเฉพาะในเส้นทางที่ทหารเดินออกไปต้องกำหนดแนวให้ชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงการออกนอกพื้นที่เสี่ยง

เสริมศักยภาพกองทัพและแนวรั้วชายแดน

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาลจะดำเนินการสร้างรั้วตามแนวชายแดนอย่างแน่นอน พร้อมทั้งเสริมศักยภาพด้านอาวุธและความแข็งแกร่งของกองทัพ ซึ่งตนได้เห็นชอบในหลักการแล้วและอนุญาตให้ดำเนินการได้ทันที โดยเน้นย้ำว่าการเสริมกำลังนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน

ยกเลิก MOU 44 ด้วยอำนาจคณะรัฐมนตรี

เมื่อถูกถามถึงกรณีการศึกษายกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) 44 นายอนุทินกล่าวว่าได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม สภาความมั่นคงแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการแล้ว โดยไม่มีกรอบเวลาที่กำหนดชัดเจน

นายกฯ ชี้แจงว่า รัฐบาลสามารถยกเลิก MOU 44 ได้โดยดูตามกรอบกฎหมาย ใช้อำนาจคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการในสภาฯ เนื่องจากเป็นเพียงบันทึกความเข้าใจ ไม่ใช่สนธิสัญญาที่ต้องให้สัตยาบัน

ความคืบหน้า MOU 43 และสถานการณ์ชายแดน

นายอนุทินกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการในส่วนของ MOU 43 ซึ่งถือว่ามีประโยชน์กับประเทศไทยในการปักปันเขตแดน ส่วนความเป็นไปได้ในการปรับเนื้อหา MOU 43 เพื่อพูดคุยใหม่ในจุดที่มีความเห็นไม่ตรงกันนั้น ยังต้องรอการหารือต่อไป

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ขณะนี้แต่ละฝ่ายอยู่ในพื้นที่ของตนตามข้อตกลงหยุดยิงล่าสุด และเหตุการณ์เหยียบกับระเบิดที่ศรีสะเกษเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยควบคุม ไม่เกี่ยวข้องกับการปะทะใดๆ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเสริมสร้างความมั่นคงชายแดนผ่านมาตรการต่างๆ ทั้งการสร้างรั้ว การเพิ่มศักยภาพกองทัพ และการทบทวนบันทึกความเข้าใจ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในอนาคต