ไทย-กัมพูชา หลังหยุดยิง ยังเผชิญการก่อกวนชายแดน พร้อมเชิดชูวีรกรรมทหารที่เนิน 350
ไทย-กัมพูชาเผชิญก่อกวนชายแดนหลังหยุดยิง เชิดชูวีรกรรมเนิน 350

ไทย-กัมพูชา หลังหยุดยิงยังเผชิญการก่อกวนชายแดน พร้อมเชิดชูวีรกรรมทหารที่เนิน 350

แม้ไทยและกัมพูชาจะได้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งผ่านมาแล้วเกือบสองเดือน แต่ตลอดแนวชายแดนไทย โดยเฉพาะในพื้นที่แนวรบพระวิหารครอบคลุมสี่จังหวัดอีสานใต้ และแนวรบตาพระยาในสามจังหวัดภาคตะวันออก ยังคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการก่อกวนได้อย่างสิ้นเชิง

เหตุการณ์ล่าสุดและการเฝ้าระวังชายแดน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เกิดเหตุกระสุนจากเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มิลลิเมตรตกลงบริเวณพื้นที่พลาญหินแปดก้อน ในเขตอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้ทหารไทยจำเป็นต้องใช้อาวุธยิงแจ้งเตือนเพื่อระงับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญให้แก่กองกำลังที่ประจำการอยู่หน้าแนวเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ ยังมีรายงานว่าทหารกัมพูชาได้จุดไฟเผาป่าในฝั่งประเทศของตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ไฟลุกลามเข้ามายังฝั่งไทย ทั้งนี้เพื่อแสวงหาพื้นที่สำหรับการเกษตร สร้างที่อยู่อาศัยใหม่ และการหาของป่า ทำให้ฝ่ายไทยต้องเพิ่มความระมัดระวังและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้ว่าในบางช่วงลมจะเปลี่ยนทิศพาเชื้อไฟกลับไปยังฝั่งกัมพูชาก็ตาม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 กองทัพภาคที่ 2 ได้รายงานการเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมดสามจุดในสองจังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ในพื้นที่ช่องจอม-ช่องคลาคะมุม-ช่องเปรอ-ช่องระยี และจังหวัดศรีสะเกษอีกสองจุดในพื้นที่ซำแต-โดนตรวล-ภูผี-สะตะโสม-พนมประสิทธิโส-ช่องตาเฒ่า โดยฝ่ายไทยยังคงสามารถยึดครองพื้นที่สำคัญและควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การสู้รบและวีรกรรมที่เนิน 350

นับตั้งแต่กองทัพภาคที่ 2 เปิดปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่ทางทหารในบริเวณตาควายและสมรภูมิเนิน 350 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 การปะทะกันได้ดำเนินต่อเนื่องตลอดห้าวัน ส่งผลให้จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน และพลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา สังกัดกรมทหารราบที่ 23 กองพันที่ 3 เสียชีวิต ต่อมาทั้งคู่ได้รับพระราชทานยศเป็นพันตรีสำเริง และร้อยตรีภานุพัฒน์ ตามลำดับ

เพื่อสดุดีวีรกรรมของทหารผู้พลีชีพในการปกป้องอธิปไตยของชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้จัดสร้างอนุสาวรีย์ "นักรบกล้าเนิน 350" ขึ้น พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้อธิบายถึงความสำคัญของเนิน 350 ไว้ว่า เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากเป็นจุดสูงข่ม (High Ground Advantage) ซึ่งให้ความได้เปรียบทางยุทธวิธี หากฝ่ายใดสามารถยึดครองได้จะสามารถใช้เป็นฐานสังเกตการณ์ ควบคุมแนวรบ และสกัดกั้นการเคลื่อนพลของอีกฝ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"เนิน 350 ไม่ใช่ชื่อทางภูมิศาสตร์ทั่วไป แต่เป็นชื่อเรียกทางยุทธวิธีของเนินเขาบนแนวสันเขาพนมดงรัก ตั้งอยู่ใกล้กับปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ โดยมีความสูงถึง 350 เมตร ในขณะที่พื้นที่โดยรอบมีความสูงเฉลี่ยเพียง 200-300 เมตร" พลตรีวินธัย กล่าวเสริม

พิธีวางศิลาฤกษ์และวัตถุประสงค์ของอนุสาวรีย์

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดพิธีบวงสรวงวางศิลาฤกษ์สำหรับการสร้างอนุสาวรีย์ "นักรบกล้าเนิน 350" โดยได้นิมนต์พระเทพวชิรญาณโสภณ หรือหลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์และเจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ในพิธีดังกล่าวยังมีผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจที่ 2 และผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 23 กองพันที่ 1 เข้าร่วมด้วย หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล กล่าวว่า การก่อสร้างอนุสาวรีย์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและรำลึกถึงวีรกรรม ความกล้าหาญ และการเสียสละของทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย

หลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ พื้นที่ดังกล่าวคาดว่าจะได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด เพื่อให้ประชาชนและเยาวชนได้ศึกษาและสำนึกในคุณค่าของการเสียสละเพื่อประเทศชาติ

การระดมทุนและอนาคตของพื้นที่

นายไตรเทพ สหะขันธ์ เป็นผู้ออกแบบและดำเนินการก่อสร้างอนุสาวรีย์ "นักรบกล้าเนิน 350" โดยคณะผู้จัดสร้างได้เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุนผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชีไทยนิยมพัฒนา (พัน.ร.22) เลขที่บัญชี 329-0-87943-7

แม้ว่าการสู้รบทั้งสองรอบระหว่างไทยและกัมพูชาจะสิ้นสุดลงแล้ว และไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่วีรกรรม การพลีชีพ และความเสียสละของทหารไทยที่ปกป้องอธิปไตยของชาติยังคงอยู่ในความทรงจำของประชาชนไทยเสมอ

การพัฒนาพื้นที่เนิน 350 ให้เป็นอนุสาวรีย์และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์นับเป็นก้าวสำคัญในการรักษามรดกแห่งความกล้าหาญนี้ไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป