คลังอาวุธ ตชด.21 สุรินทร์ ระเบิดจากอากาศร้อน ชุด EOD เตรียมเข้าตรวจสอบพื้นที่
เกิดเหตุเพลิงไหม้และระเบิดอย่างรุนแรงภายในคลังอาวุธของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 หรือ ตชด.21 ซึ่งตั้งอยู่ภายในค่ายสุรินทร์ภักดี จังหวัดสุรินทร์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้คลังเก็บอาวุธและกระสุนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุหลักน่าจะมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในพื้นที่
เหตุการณ์ระเบิดและความเสียหาย
เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยเกิดเพลิงไหม้ขึ้นภายในคลังเก็บกระสุนแห่งที่ 1 ของ ตชด.21 ซึ่งนำไปสู่การระเบิดต่อเนื่องหลายระลอก จากแรงระเบิดดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และได้รับการนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน โดยอาการปลอดภัยแล้วในเวลาต่อมา
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมรถดับเพลิงจำนวน 10 คัน เพื่อดูแลพื้นที่ชุมชนโดยรอบ และจัดเตรียมรถดับเพลิงอีก 6 คัน สำหรับประจำการภายในพื้นที่เกิดเหตุตลอดทั้งคืน พร้อมทั้งใช้โดรนบินตรวจสอบบริเวณคลังแสงระเบิด และฉีดน้ำเพื่อควบคุมความร้อนในบริเวณใกล้เคียง
การควบคุมสถานการณ์และสาเหตุเบื้องต้น
เวลา 23.30 น. ของวันเดียวกัน นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้ยืนยันว่าสามารถควบคุมเพลิงไหม้ทั้งหมดได้แล้ว สำหรับสาเหตุของการเกิดเหตุ พลตรีไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น น่าจะมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในวันดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูคลังเพื่อระบายความร้อน แต่ไม่สามารถจัดการได้ทันเนื่องจากกระสุนเป็นวัตถุระเบิดที่ไวต่ออุณหภูมิ
พลตรีไชยนครยังได้กล่าวถึงมาตรการดูแลคลังอาวุธในอนาคต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ โดยระบุว่ามีระบบสปริงเกอร์น้ำสำหรับป้องกันความร้อน การระบายอากาศภายในคลัง และการติดตั้งมิเตอร์วัดอุณหภูมิเพื่อควบคุมไม่ให้เกิน 40 องศาเซลเซียส
แผนการตรวจสอบและเก็บกู้ระเบิด
ล่าสุดในเช้าวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ หรือ PRsurin ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแจ้งว่า ชุดปฏิบัติการวัตถุระเบิดหรือชุด EOD จะเป็นทีมแรกที่เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อเก็บกู้ระเบิดและวัตถุระเบิดที่อาจตกค้างอยู่ รวมทั้งเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัย
หลังจากนั้น ทีมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ทหาร และหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ จะร่วมกันเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงของสาเหตุและประเมินความเสียหายอย่างละเอียด ตามแผนปฏิบัติการที่กำหนดไว้ต่อไป



