กองทัพภาคที่ 2 ติดตามสถานการณ์ไฟป่าชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิดใน 4 จังหวัดอีสาน
วันนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569) กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาเปิดเผยรายงานการติดตามสถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่แนวชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาอย่างใกล้ชิด โดยครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์, จังหวัดสุรินทร์, จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งทางกองทัพได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์ไฟป่าดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญหรือผลกระทบใดๆ ต่อการปฏิบัติภารกิจหลักของหน่วยทหารไทยในพื้นที่แนวชายแดนแต่อย่างใด
รายละเอียดการตรวจพบไฟป่าในแต่ละพื้นที่
จากการตรวจสอบและรายงานของกองทัพภาคที่ 2 พบว่าในพื้นที่ อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้ตรวจพบไฟไหม้บริเวณช่องเสม็ด โดยอยู่ทางทิศใต้ของช่องเสม็ด และห่างจากแนวชายแดนไทยเข้าไปในฝั่งประเทศกัมพูชาประมาณ 500 เมตร ขณะที่บริเวณพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ก็พบไฟไหม้ทางทิศใต้ของตัวปราสาท ซึ่งมีระยะห่างจากแนวชายแดนเข้าไปในเขตกัมพูชาประมาณ 1 กิโลเมตร
สำหรับในพื้นที่ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ จากการตรวจการณ์อย่างละเอียด ไม่พบสถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนในพื้นที่ อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ บริเวณช่องภูผี ตรวจพบไฟไหม้ห่างจากแนวชายแดนไทยเข้าไปในฝั่งกัมพูชาประมาณ 500 เมตร นอกจากนี้ ยังพบกลุ่มควันไฟบริเวณพื้นที่ปราสาทโดนตรวล ทางทิศใต้ของปราสาท ซึ่งห่างจากแนวชายแดนไทยเข้าไปในฝั่งกัมพูชาประมาณ 2.5 กิโลเมตร
การยืนยันจากกองทัพภาคที่ 2 และการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
กองทัพภาคที่ 2 ได้ยืนยันว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ในเขตประเทศกัมพูชา และยังไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงหรือการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลตามแนวชายแดนไทยแต่อย่างใด โดยทางหน่วยทหารยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ ทางกองทัพยังเน้นย้ำถึงความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน ซึ่งถือเป็นเขตที่มีความอ่อนไหวและต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ



