"ไอซ์" เปิดหลักฐานใหม่ TH-AI Passport ชี้เริ่มงานก่อนประมูล แช่งคนทุจริต
"ไอซ์" เปิดหลักฐาน TH-AI Passport เริ่มงานก่อนประมูล

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดโปงหลักฐานใหม่เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเป็นโครงการที่เริ่มประมูลในเดือนมกราคม 2569 แต่มีหลักฐานชัดเจนว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 โดยเธอระบุว่าเป็นข้อมูลที่ได้รับจากผู้หวังดีที่ยังเห็นแก่ประโยชน์สาธารณะ

หลักฐานชี้ชัดเริ่มงานก่อนประมูล

น.ส.รักชนก เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวประกาศผู้ชนะในปีนี้ แต่การทำงานเริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ว่า "สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน" แต่ในกรณีนี้กลับเสร็จก่อนที่จะมีการประกวดราคาเสียอีก พร้อมกับย้ำว่าเมื่อใดที่ฟ้าเปลี่ยนจากสีน้ำเงิน คงมีคนต้องได้นอนในคุก

โครงการอื่นในวงโคจรสีน้ำเงิน

นอกจากโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาทแล้ว ยังมีโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการ ได้แก่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • National Credit Bank มูลค่า 380 ล้านบาท
  • NDLP มูลค่า 1,300 และ 450 ล้านบาท
  • คลาวด์ NDLP มูลค่า 2,800 ล้านบาท
  • รวมทั้งโครงการที่รออนุมัติอีก เช่น Skill-Credit Portfolio ของ อว. 5,400 ล้านบาท และของ ศธ. 1,600 ล้านบาท

เธอระบุว่าเม็ดเงินเหล่านี้เป็นเงินที่ถูกยักย้ายถ่ายโอนไปยังผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงเพียงหยิบมือ ซึ่งเป็นงบประมาณที่หลอกเยาวชนว่าเป็นโครงการ upskill/reskill e-learning เพื่ออนาคตที่ดีกว่า แต่แท้จริงแล้วเป็นการขโมยเงินและความฝันของคนอื่น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คำแช่งผู้ทุจริต

น.ส.รักชนก กล่าวว่า ขอแช่งผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในขบวนการผลาญงบประมาณแผ่นดิน กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขานับถือ ขอให้ผู้ทุจริตคอร์รัปชันไม่ตายดี พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดำเนินการยกเลิกโครงการที่ส่อทุจริต และเตือนรัฐมนตรีไชยชนกซึ่งเป็นคนหนุ่มอนาคตไกล ให้ยกเลิกโครงการในอำนาจตัวเองเสียก่อนที่จะสายเกินไป

ทิ้งท้ายถึงแหล่งข่าว

ในตอนท้าย น.ส.รักชนก กล่าวว่า ไม่ต้องห่วงแหล่งข่าว เพราะมีคนส่งข้อมูลมาให้ถึง 4-5 ราย ทำให้เห็นว่ายังมีคนที่ทนไม่ได้และยังมีความหวังกับผู้คนในสังคม