เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ บิดาของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 15 และ 16 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่เคยใช้ในการเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา แต่เมื่อตรวจสอบรายชื่อกลับไม่พบชื่อของตนเองและครอบครัว ทำให้นายสุชาติถึงกับตกใจและกล่าวว่า "ทำไมชื่อหายไป หายยกครัวเลย"
สาเหตุการย้ายหน่วยเลือกตั้ง
นายสุชาติเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการเปลี่ยนเลขที่บ้าน จึงสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย พบว่าชื่อของตนและครอบครัว รวมถึงนายณัฐพงษ์ ถูกย้ายไปอยู่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 8 แทน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบล่วงหน้า
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 8 เมื่อเวลา 08.10 น. ว่า โดยปกติตนเองจะเลือกตั้งอีกจุดหนึ่ง แต่ครั้งนี้มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ซึ่งไม่ได้สร้างความลำบากมากนัก พร้อมสังเกตว่าบรรยากาศที่หน่วยเลือกตั้งแห่งนี้มีประชาชนออกมาใช้สิทธิคึกคัก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี
เช็กสิทธิก่อนออกจากบ้าน
นายณัฐพงษ์กล่าวถึงสาเหตุที่ชื่อถูกย้ายว่า ยังไม่ทันได้ตรวจสอบรายละเอียด แต่ชื่อของตนยังอยู่ในทะเบียนบ้านเดิมกับที่เลือกตั้งครั้งก่อน แต่จุดเลือกตั้งมีการสลับสับเปลี่ยน จึงขอเชิญชวนประชาชนให้ตรวจสอบสิทธิทางออนไลน์ก่อนออกจากบ้าน เนื่องจากหน่วยงานรัฐมีเว็บไซต์ให้ตรวจสอบได้สะดวก
เมื่อถามถึงการมาถึงหน่วยเลือกตั้งตรงเวลาตามที่แจ้งไว้ นายณัฐพงษ์ระบุว่า ตั้งใจให้เป็นสัญลักษณ์ ไม่ใช่เรื่องเคล็ดลับอะไร และยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมง จึงอยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันมากๆ
ชวนคนกรุงออกมาใช้สิทธิ
นายณัฐพงษ์กล่าวถึงความตื่นตัวในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า บางคนยังไม่ทราบถึงกำหนดการ โดยเฉพาะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งไม่มีการเลือกตั้งนอกเขต ดังนั้นผู้ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีเวลาถึง 17.00 น. ในการใช้สิทธิ การเลือกตั้งทุกระดับ โดยเฉพาะ กทม. ที่มีงบประมาณกว่าแสนล้านบาทต่อปี การตัดสินใจของทุกคนจะช่วยกำหนดคุณภาพชีวิตของประชาชน
เมื่อถามถึงการประเมินจำนวนผู้มาใช้สิทธิและผลต่อคะแนนของพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์มองว่า ผลการเลือกตั้งขึ้นอยู่กับประชาชน หากมีผู้มาใช้สิทธิมาก ก็จะสะท้อนเจตจำนงของประชาชนมากขึ้น และคาดว่าหลังปิดคูหา 2 ชั่วโมงจะทราบผล
มั่นใจในแนวทางพรรค
นายณัฐพงษ์ย้ำถึงความมั่นใจในแนวทางการทำงานของพรรคประชาชน แม้ผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็พร้อมเดินหน้าต่อ ส่วนการปราศรัยโค้งสุดท้ายที่มีวาทกรรมต่างๆ นั้น เป็นเรื่องปกติในทุกสนามเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการประชาธิปไตย การถกเถียงด้วยเหตุและผลจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
เขายังกล่าวอีกว่า ชาวกรุงเทพฯ ต้องการท้องถิ่นที่โปร่งใส จึงขอเชิญชวนให้มาใช้สิทธิเลือกตั้งกันมากๆ



