ปธ.กกต.เผยแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 ต้องทำประชามติ 3 ครั้งไม่ใช่ 2 ครั้ง
ปธ.กกต.เผยแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 ต้องทำประชามติ 3 ครั้งไม่ใช่ 2 ครั้ง

ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ว่า ต้องผ่านการทำประชามติถึง 3 ครั้ง ไม่ใช่ 2 ครั้ง ตามที่มีการตีความก่อนหน้านี้ โดยชี้แจงว่าเป็นขั้นตอนที่ชัดเจนตามรัฐธรรมนูญ

ประธาน กกต. ชี้แจงขั้นตอนการแก้รัฐธรรมนูญ

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ซึ่งเกี่ยวกับที่มาและอำนาจของ ส.ว. นั้น ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 256 วรรค 8 ซึ่งระบุให้มีการทำประชามติ 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งแรกก่อนเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่สองเมื่อร่างผ่านการพิจารณาของรัฐสภา และครั้งที่สามหลังจากที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว

ความแตกต่างจากการตีความเดิม

ก่อนหน้านี้ มีการตีความว่าการแก้ไขมาตรา 256 ต้องทำประชามติเพียง 2 ครั้ง คือ ก่อนเสนอร่างและหลังรัฐสภาเห็นชอบ แต่ประธาน กกต. ยืนยันว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่า ต้องทำประชามติ 3 ครั้ง ซึ่งรวมถึงการทำประชามติหลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วด้วย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

การชี้แจงครั้งนี้ส่งผลให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความยุ่งยากมากขึ้น เนื่องจากต้องใช้เวลาและงบประมาณในการจัดทำประชามติถึง 3 ครั้ง นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลต่อท่าทีของพรรคการเมืองต่างๆ ที่กำลังผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในประเด็นที่มา ส.ว.

ข้อกังวลจากฝ่ายการเมือง

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เคยแสดงความเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ควรทำประชามติ 2 ครั้งเท่านั้น แต่ประธาน กกต. ยืนยันว่าการตีความของตนถูกต้องตามตัวบทกฎหมาย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สรุป

การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ต้องผ่านการทำประชามติ 3 ครั้ง ตามที่ประธาน กกต. ชี้แจง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ชัดเจนตามรัฐธรรมนูญ แม้จะมีความเห็นต่างจากฝ่ายการเมืองบางส่วนก็ตาม