บังกลาเทศเลือกตั้ง: BNP คว้าชัยถล่มทลาย เตรียมตั้งรัฐบาลใหม่หลังโค่นฮาสินา
BNP ชนะเลือกตั้งบังกลาเทศ เตรียมตั้งรัฐบาลใหม่

บังกลาเทศเลือกตั้ง: BNP คว้าชัยถล่มทลาย เตรียมตั้งรัฐบาลใหม่หลังโค่นฮาสินา

คณะกรรมการการเลือกตั้งบังกลาเทศ ในกรุงธากา เริ่มนับคะแนนทันทีหลังปิดหีบเลือกตั้งเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 หลังผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 127 ล้านคนทยอยออกมาใช้สิทธิ เลือกตั้งกันตั้งแต่เวลา 07.30 น. ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในบังกลาเทศ นับตั้งแต่ที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือคนกลุ่มเจน Z จัดการประท้วงครั้งใหญ่จนโค่นล้มรัฐบาลของเชค ฮาสินา อดีตนายกรัฐมนตรีที่อยู่ตำแหน่งมานาน 15 ปี ได้สำเร็จเมื่อปี 2024

ผลการนับคะแนนและชัยชนะของพรรค BNP

สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นบังกลาเทศ รายงานผลการนับคะแนนว่า พรรค BNP ภายใต้การนำของทาริค ราห์มาน คว้าที่นั่งในสภาได้ 171 จากทั้งหมด 300 ที่นั่ง ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนที่นั่งทั้งหมดและเพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากพรรคเดียว ขณะที่พรรค Jamaat‑e‑Islami ที่ไปจับมือเป็นแนวร่วม 11 พรรคการเมือง รวมถึงพรรคน้องใหม่อย่าง NCP ที่ก่อตั้งขึ้นโดยแกนนำนักศึกษาที่จัดการประท้วงเมื่อปี 2024 ได้ไป 45 ที่นั่ง โดยหัวหน้าพรรคส่งสัญญาณยอมรับความพ่ายแพ้ตั้งแต่ช่วงที่คะแนนของพรรค BNP ยังไม่แตะระดับกึ่งหนึ่ง

ชัยชนะของพรรค BNP เป็นไปตามผลสำรวจความคิดเห็นก่อนหน้าการเลือกตั้งที่ชี้ว่าพรรคนี้จะคว้าชัยไปครอง โดยทาริค ราห์มาน หัวหน้าพรรควัย 60 ปี เป็นบุตรชายของเซียอูร์ ราห์มาน อดีตประธานาธิบดี และคาเลดา เซีย อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศที่เป็นคู่แข่งคนสำคัญของฮาสินา ก่อนหน้านี้ ทาริค ราห์มาน ลี้ภัยอยู่ในอังกฤษเกือบ 17 ปี และเพิ่งกลับบังกลาเทศ หลังจากฮาสินาถูกโค่นลงจากอำนาจ ซึ่งเขาระบุว่า BNP เป็นพรรคเดียวที่มีแผนและมีประสบการณ์ หลังจากพ่อและแม่ของเขาเคยบริหารประเทศนี้มาแล้วทั้งคู่

นโยบายและคำมั่นสัญญาของพรรค BNP

ผู้นำพรรค BNP ให้คำมั่นว่าจะปรับทิศทางเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของบังกลาเทศใหม่ มุ่งดึงดูดการลงทุนโดยไม่พึ่งพามหาอำนาจใดมหาอำนาจหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว นอกจากนี้ พรรคยังเน้นย้ำถึงการขยายมาตรการช่วยเหลือทางการเงินแก่ครอบครัวยากจน พร้อมชูนโยบายลดการพึ่งพาการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปด้วยการผลักดันอุตสาหกรรมอื่น เช่น ของเล่นและเครื่องหนัง รวมถึงเสนอให้จำกัดวาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้ที่ 2 สมัย หรือไม่เกิน 10 ปี เพื่อป้องกันการก้าวไปสู่ระบอบเผด็จการ

การประท้วงของเจน Z และการลงประชามติแก้รัฐธรรมนูญ

นอกจากการเลือกสมาชิกสภา 300 คน เข้าไปบริหารประเทศแล้ว ยังต้องลงคะแนนเสียงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งหากได้รับการเห็นชอบจะเปิดทางให้มีการปฏิรูปประเทศและป้องกันการทำรัฐประหาร เบื้องต้น The Daily Star หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นบังกลาเทศเผยผลออกมาว่า ประชาชนให้การเห็นชอบ 72.9 % และไม่เห็นชอบ 27.1 % โดยรัฐสภาชุดใหม่ที่เพิ่งเลือกเข้ามาจะต้องทำหน้าที่เป็น "สภาร่างรัฐธรรมนูญ" เพื่อเปลี่ยนแผนปฏิรูปเหล่านี้ให้กลายเป็นกฎหมายจริงภายใน 180 วัน

กลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีอายุระหว่าง 18-37 ปี ประมาณ 55 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 44 % และเป็นผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกประมาณ 5 ล้านคน ซึ่งถูกมองว่าอาจเป็นตัวแปรสำคัญของผลการเลือกตั้งครั้งนี้ สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ลงสมัครแข่งขันมากกว่า 2,000 คน ในจำนวนนี้มีผู้แข่งขันอิสระอยู่ด้วย และเป็นการชิงชัยระหว่างไม่ต่ำกว่า 50 พรรคการเมือง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดของบังกลาเทศ

อัตราการออกเสียงและปฏิกิริยาจากฝ่ายตรงข้าม

สื่อท้องถิ่นคาดการณ์ว่ายอดผู้ออกไปใช้สิทธิอาจสูงกว่า 60 % ซึ่งจะทำลายสถิติเดิมของการเลือกตั้งปี 2024 ซึ่งอยู่ที่ 42 % ขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งบังกลาเทศ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิทั่วประเทศเมื่อวันที่ 12 ก.พ. อยู่ที่ 60.69 % ส่วนการเลือกตั้งทางไปรษณีย์อยู่ที่ 80.11 % ตัวเลขการลงคะแนนเสียงรวมอยู่ที่ 70.25 %

ขณะที่มีรายงานว่าพรรค Awami League ของฮาสินาซึ่งถูกปฏิเสธไม่ให้ลงชิงชัยในศึกเลือกตั้ง ออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง พร้อมระบุว่าการเลือกตั้งภายใต้การนำของ "มูฮัมหมัด ยูนุส" หัวหน้าที่ปรึกษารัฐบาลรักษาการของบังกลาเทศ ผู้ซึ่งเข้ายึดอำนาจอย่างผิดกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญ แท้จริงแล้วเป็นเพียง "ละครตลกที่ถูกวางแผนมาอย่างดี" ก่อนหน้านี้มูฮัมหมัด ยูนุส กล่าวหลังการลงคะแนนเสียงเมื่อวานนี้ว่า บังกลาเทศได้ยุติฝันร้ายและเริ่มต้นความฝันใหม่