ปีเตอร์ มาจาร์ คว้าชัยเลือกตั้งฮังการี สิ้นสุดยุคออร์บาน 16 ปี
ในคืนวันที่ 12 เมษายน 2569 ปีเตอร์ มาจาร์ ผู้นำพรรคฝ่ายค้านฮังการี เดินทางมายังเวทีกลางกรุงบูดาเปสต์ ท่ามกลางฝูงชนผู้สนับสนุนที่เฝ้ารออย่างคึกคัก พร้อมถือธงชาติฮังการีอย่างภาคภูมิ หลังผลการนับคะแนนเบื้องต้นยืนยันชัดเจนว่าพรรคทิสซาของเขาได้คะแนนนำอย่างท่วมท้น มาจาร์ใช้โอกาสนี้ประกาศชัยชนะและกล่าวว่า รัฐบาลใหม่ของเขามีภารกิจใหญ่รออยู่ข้างหน้า พร้อมเรียกร้องให้ทุกคนเฉลิมฉลองอย่างสันติในคืนนี้ ก่อนเริ่มต้นการเยียวยาประเทศในวันถัดไป
เรียกร้องออร์บานอย่าขัดขวางรัฐบาลใหม่
ผู้นำพรรคทิสซายังได้กล่าวเตือนวิกเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการีที่เพิ่งพ่ายแพ้ ให้หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ จนกว่าจะออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เพื่อไม่ให้ขัดขวางการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมย้ำว่าหุ่นเชิดของรัฐบาลออร์บานต้องออกไปจากฮังการี ด้านผู้สนับสนุนของมาจาร์ต่างพากันออกมาเฉลิมฉลองอย่างคึกคัก หลังทราบว่าผลคะแนนที่นับไปแล้วกว่า 39.42% แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบอย่างชัดเจน
คาดครองเสียงเกิน 2 ใน 3 ในสภา
จากการประเมินเบื้องต้น พรรคทิสซาของปีเตอร์ มาจาร์คาดว่าจะได้ที่นั่งในสภาฮังการีมากถึง 138 จากทั้งหมด 199 ที่นั่ง ซึ่งหมายถึงการครองเสียงข้างมากเกิน 2 ใน 3 ส่งผลให้สามารถผลักดันนโยบายสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังจากวิกเตอร์ ออร์บานครองอำนาจติดต่อกันมายาวนานถึง 16 ปี
ออร์บานประกาศยอมรับความพ่ายแพ้
วิกเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี ได้ขึ้นเวทีต่อหน้าผู้สนับสนุนของตนเองและประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่งผลให้เขาต้องสูญเสียตำแหน่งหลังครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2553 การเลือกตั้งทั่วไปของฮังการีในวันที่ 11 เมษายน 2569 มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 8 ล้านคนออกมาใช้สิทธิตั้งแต่เวลา 06.00 ถึง 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเลือกสมาชิกรัฐสภาจำนวน 199 คน ซึ่งมีวาระดำรงตำแหน่งครั้งละ 4 ปี
การเลือกตั้งที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
การเลือกตั้งครั้งนี้ได้รับความสนใจจากทั้งภายในและนอกประเทศ เนื่องจากผลสำรวจก่อนหน้านี้ชี้ให้เห็นว่าพรรคทิสซาของมาจาร์มีคะแนนนิยมนำเหนือพรรคฟิเดสซ์ของออร์บาน ความเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลฮังการีย่อมส่งผลกระทบต่อนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสหภาพยุโรปและยูเครน หลังจากที่รัฐบาลออร์บานในช่วงหลายปีที่ผ่านมาดำเนินความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซียและตัดความช่วยเหลือแก่ยูเครน จนเกิดความตึงเครียดกับสหภาพยุโรป
สถิติผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงเป็นประวัติการณ์
นอกจากนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้ยังมีสถิติผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยหลังจากเปิดหีบไม่นาน พบว่ามีผู้ออกมาใช้สิทธิมากถึง 77.8% ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมในปี 2545 ที่อยู่ที่ 73.51% และสูงกว่าการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่อยู่ที่ 67.8% สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนฮังการีที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก



