กกต. ชี้แจงกรณีข่าวฟ้องประชาชนถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ยืนยันไม่คุกคามสื่อ แต่ดำเนินคดีเฉพาะผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย
วันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2569) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกข่าวประชาสัมพันธ์เพื่อชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า กกต. ได้เข้าแจ้งความกองบังคับการปราบปราม เพื่อฟ้องประชาชนที่ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง หรือมีการกล่าวหาว่า กกต. คุกคามสื่อ ระหว่างการลงคะแนนเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติใหม่ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 บริเวณอาคารอมรพันธ์แซทเทอไลท์คอนโดทาวน์ (R4) ในเขตเลือกตั้งและเขตออกเสียงประชามติที่ 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ยืนยันว่า การนำเสนอข่าวที่ว่า กกต. ฟ้องประชาชนที่ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง หรือคุกคามสื่อนั้นไม่เป็นความจริง โดยระบุว่า บุคคลหรือสื่อมวลชนสามารถดำเนินการตั้งกล้องวีดิโอหรือถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งได้ ขณะที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งดำเนินการขานคะแนนหรือนับคะแนน พร้อมทั้งแสดงภาพบัตรเลือกตั้งที่วินิจฉัยแล้วให้ประชาชนทราบ รวมถึงการถ่ายวีดีโอหรือถ่ายภาพบรรยากาศของประชาชนที่มาใช้สิทธิลงคะแนนก็สามารถกระทำได้และไม่มีความผิดตามกฎหมาย
เงื่อนไขและข้อจำกัดในการตรวจสอบการเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม กกต. ได้เน้นย้ำว่า การกระทำดังกล่าวต้องไม่กระทบสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และต้องไม่ละเมิดหน้าที่ของ กกต. ในการดูแลกระบวนการและผลการเลือกตั้ง ประชาชนสามารถตรวจสอบการเลือกตั้งได้ทุกขั้นตอน ดังที่ปรากฏในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หรือการลงคะแนนใหม่เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569
แต่หากการตรวจสอบหรือการใช้สิทธิเสรีภาพไปละเมิดเงื่อนไขเหล่านี้ กกต. ก็ต้องดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ โดยไม่อาจละเว้นได้ ซึ่งในกรณีนี้เป็นการแจ้งความกับบุคคลที่ร่วมและแบ่งงานกันทำเป็นขบวนการเท่านั้น กกต. ไม่ได้ดำเนินการกับผู้ประกอบอาชีพใดอาชีพหนึ่งโดยเฉพาะ และการแจ้งความเป็นไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เหตุผลในการแจ้งความดำเนินคดี
ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 มีสื่อมวลชนและประชาชนกว่า 100 คน เข้าร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า กกต. ไม่ได้ดำเนินการร้องทุกข์แต่อย่างใด และตระหนักถึงเสรีภาพของสื่อมวลชนในการแสวงหาข้อเท็จจริงและการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ
อย่างไรก็ตาม กกต. ได้แจ้งความดำเนินคดีกล่าวหากลุ่มบุคคลที่กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ขัดขวางการดำเนินงานของ กกต. เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางรายไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะทราบว่าจะมีการติดตั้งกล้องเพื่อสังเกตการณ์ และบางคนที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งเห็นกล้องถ่ายวิดิโอตั้งอยู่จึงตัดสินใจไม่ใช้สิทธิเลือกตั้ง รวมถึงมีการนำเสนอข่าวว่าจะนำภาพของประชาชนไปเข้าขบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อระบุตัวตนจากภาพถ่าย
- การกระทำที่จะอ่านบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อไปถึงข้อมูลว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกใคร ซึ่งเป็นการกระทำที่ทุจริตตามที่กฎหมายบัญญัติไว้
- การอ้างว่า กกต. เอาผิดหรือฟ้องประชาชนไม่เป็นความจริง โดยในอดีต กกต. ไม่เคยดำเนินคดีกับบุคคลใด ๆ และปัจจุบันมีการดำเนินคดีเป็นรายแรกที่จังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 เนื่องจากเป็นการกระทำของบุคคลที่ฝ่าฝืนกฎหมายด้วยเจตนาไม่สุจริต
- กรณีมีชื่อบุคคลตามที่ กกต. ยื่นแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ปรากฏตัวในที่เกิดเหตุ มีหลักฐานการนำเสนอข้อมูลร่วมกัน และมีรูปถ่ายชี้ให้เห็นว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว
- กรณีมีชื่อบุคคลที่ไม่ได้ปรากฏตัวในที่เกิดเหตุ แต่มีการนัดหมายกับกลุ่มขบวนการที่จะเปิดเผยสิ่งที่ได้ทำในเวทีสาธารณะ ซึ่งพฤติการณ์ชี้ให้เห็นว่ามีส่วนร่วมในขบวนการเช่นกัน
- มีการลงในสื่อโซเชียลมีเดียโดยตลอด จากบุคคลในกลุ่มขบวนการที่ประมวลเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง เพื่อให้การลงคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ และใช้วิธีการไม่สุจริต รวมถึงมีขบวนการปั่นกระแสในรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อยและเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ
ยืนยันความโปร่งใสและความรับผิดชอบของ กกต.
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ยืนยันว่า การจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ยึดมั่นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 85 อย่างเคร่งครัด โดยการออกเสียงต้องเป็นไปโดยตรงและลับ กำกับทุกขั้นตอนให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยุติธรรมต่อทุกฝ่าย โดยไม่มีข้อยกเว้นหรือสองมาตรฐาน เพราะทุกคะแนนเสียงมีความหมายและต้องได้รับการเคารพอย่างแท้จริง
กกต. ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า กกต. จะรักษาความถูกต้องของกระบวนการเลือกตั้ง และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบต่อคะแนนเสียงของประชาชน เพื่อพิทักษ์เจตนารมย์ของประชาธิปไตยไว้อย่างดีที่สุด



