“อนุชา” ซัดส่วย กทม. ถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก ชี้คนกรุงเทพฯ รู้กันหมดอิสระจริงไม่จริง
“อนุชา” ซัดส่วย กทม. ถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก

วันที่ 7 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด รองหัวหน้าพรรค และนายธนากร ลิ้มวาทะรส ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตบางรัก ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดวัดแขก

เริ่มต้นหาเสียงด้วยการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์

ก่อนเดินหาเสียง นายอนุชา พร้อมคณะผู้บริหารพรรคได้ไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพร พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี ที่วัดแขก จากนั้นเดินหาเสียงต่อที่บริเวณตลาดแขก ซอยสีลม 20 ทักทายพ่อค้าแม่ค้าถามสารทุกข์สุขดิบ ขณะที่มีประชาชนบางคนบอกว่า แม้จะไม่ได้อยู่ในเขตหาเสียงนี้แต่ว่าเป็นคน กทม. เหมือนกัน ก็จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมู่บ้าน และระหว่างหาเสียงได้เจอกับผู้สมัคร สก.อีกกลุ่ม มีการจับไม้จับมือทักทายกัน

นายอนุชาชี้เศรษฐกิจยังเป็นประเด็นหลัก

นายอนุชา กล่าวในช่วงหนึ่งว่า เรื่องของเศรษฐกิจก็ยังเป็นประเด็นหลัก จากการลงพื้นที่เห็นการใช้สอยอาจจะยังไม่มากเหมือนปกติ เพราะฉะนั้น กทม. ถ้ามีโอกาสก็ต้องมาสนับสนุนในเรื่องของการทำให้ทุกอย่างสะดวกสบายมากขึ้น เรื่องความสะอาด การเก็บขยะบริเวณนี้ต้องทำเพิ่มเติมมากขึ้น ทำเป็นสัดส่วนมากขึ้น และบริเวณสีลม มีในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเยอะมาก มีสถาปัตยกรรมต่างๆ สวยงามคือความเป็นกรุงเทพฯ ซึ่ง กทม. ควรเข้ามาดูในขอบเขตต่างๆ ที่มีแหล่งท่องเที่ยว มีตลาดและสถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นโยบายทางเท้าและสตรีทฟู้ด

เมื่อถามถึงเรื่องนโยบายทางเท้า นายอนุชา ระบุว่า ถ้าอยู่ในถนนหลักเราเข้าใจเรื่องการสัญจรไปมา ต้องให้ประชาชนที่เดินทางก่อนเพื่อสะดวกสบาย แต่หากอยู่ในซอยแบบนี้การเดินทางควรเข้าใจผู้ที่ใช้ถนน สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะต่อให้ไม่มีพ่อค้าแม่ค้าการเดินทางก็ลำบากอยู่แล้วเนื่องจากเป็นซอยแคบ หากเราจัดแบบนี้ก็สามารถอยู่กันกับพ่อค้าแม่ค้าได้ ความเป็นกรุงเทพฯ คือเรื่องของสตรีทฟู้ด คือ อาหารที่หาได้ตามทางเดินที่คนต่างชาติมาและเห็นในส่วนนี้ ซึ่งเขตต่างๆ ถ้ามีแบบนี้ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้

ปัญหาคอร์รัปชันใน กทม.

ทางด้านคำถามว่าหากมีโอกาสเข้าไปเป็นผู้ว่าฯ กทม. เรื่องคอร์รัปชันจะจัดการอย่างไร นายอนุชา ตอบว่า เป็นหนึ่งนโยบายของเรา คือตรวจสอบได้ แต่ตอนนี้ถ้าไม่พูดถึงก็ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่อง มีข้าราชการ กทม. หลายคนส่งสัญญาณมาถึงตน จะพูดว่าไม่มีก็เป็นไปไม่ได้ ตามที่หลายคนพูดกันมา คำพูดที่เข้าใจง่ายคือ “ถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก” เขาบอกเองว่า กทม. มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่การหาใบเสร็จเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผู้ที่หาประโยชน์และผู้สมประโยชน์เขามีวิธีการเลี่ยง เรื่องใบเสร็จเป็นไปไม่ได้ที่จะหามา เพียงแต่ว่าผู้บริหารซึ่งตอนนี้หมดวาระไปแล้วจะออกมาพูดความจริงเมื่อไหร่ เห็นกันอยู่ว่าเป็นอย่างไร

คนกรุงเทพฯ รู้กันหมด

“จริงๆ คน กทม. เขารู้กันหมดว่าผู้ว่าฯ ที่เป็นอิสระจริงหรือเปล่า หรือเป็นทีมเดียวกัน ไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้ เพราะหลายคนรอไปเลือกตั้งอย่างเดียว ว่าสิ่งที่เขาได้รับทราบเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่าประเมินประชาชนต่ำไป เขารู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ทั้งหมดผมคิดว่าประชาชนเข้าใจแล้วตัดสินใจได้”

เดินหาเสียงต่อที่ตลาดริมคลอง

จากนั้นเวลา 08.30 น. นายอนุชา พร้อมคณะผู้บริหารพรรค ได้เดินทางมาหาเสียงต่อที่ ตลาดริมคลอง ซอยเจริญกรุง 103 ช่วย ดร.สุดคนึง แก้วทอง ผู้สมัคร สก. เขตบางคอแหลม หาเสียง