วิโรจน์ยื่นญัตติซักฟอก รมว.คลัง กรณีแบงก์ชาติปล่อยกู้แบงก์กรุงศรี
วิโรจน์ยื่นญัตติซักฟอก รมว.คลัง ปมธปท.ปล่อยกู้แบงก์กรุงศรี

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ได้ปล่อยสินเชื่อให้แก่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลในวงกว้างถึงความโปร่งใสและความเหมาะสมของการดำเนินการดังกล่าว

รายละเอียดของญัตติ

ในญัตติที่ยื่นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 นายวิโรจน์ระบุว่า การปล่อยกู้ของธนาคารแห่งประเทศไทยให้แก่ธนาคารกรุงศรีอยุธยานั้น อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่เอื้อประโยชน์ให้แก่สถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม และอาจเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสของกระบวนการพิจารณาปล่อยกู้ และการกำกับดูแลของกระทรวงการคลังในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ข้อกังวลหลัก

นายวิโรจน์กล่าวว่า การดำเนินการของธนาคารแห่งประเทศไทยในครั้งนี้มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาทางจริยธรรม และอาจละเมิดหลักการกำกับดูแลสถาบันการเงินอย่างเป็นกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของประเทศ การปล่อยกู้ในลักษณะดังกล่าวอาจสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ความโปร่งใสในการดำเนินการของธนาคารแห่งประเทศไทย
  • ผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน
  • การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง
  • ความเสี่ยงด้านจริยธรรมและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

นอกจากนี้ นายวิโรจน์ยังได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงถึงบทบาทและหน้าที่ของกระทรวงในการกำกับดูแลธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะในกรณีที่มีการปล่อยกู้ในปริมาณมหาศาลเช่นนี้ พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงมาตรการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อเงินสำรองของประเทศ

ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ

จากกรณีดังกล่าว ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้แสดงความกังวลและสนับสนุนการยื่นญัตติของนายวิโรจน์ โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของระบบการเงินไทย ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยังไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่ากระทรวงการคลังกำลังเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสภาต่อไป

ทั้งนี้ ญัตติดังกล่าวจะถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในเร็วๆ นี้ โดยคาดว่าจะมีการอภิปรายอย่างเข้มข้นจากทั้งสองฝ่าย