วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ผ่านมา เกิดประเด็นดราม่าขึ้นว่า ประชาชนทั่วไปสามารถสวมใส่เสื้อฟุตบอลที่มีเบอร์นักฟุตบอลไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่ เนื่องจากคนไทยจำนวนไม่น้อยเป็นแฟนตัวยงของทีมฟุตบอล มีเสื้อคอลเลกชั่นหลายตัวในตู้ที่อยากหยิบมาใส่ในวันสบายๆ รวมถึงไปเที่ยว ทำธุระ หรือแม้แต่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
กกต. เคยชี้แจงประเด็นนี้ไว้อย่างไร
คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เคยออกมาชี้แจงแล้วว่า การสวมใส่เสื้อฟุตบอลที่มีหมายเลขเข้าไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ต้องดูที่เจตนาว่าต้องการจะสื่ออะไร โดยทั่วไปหากไม่ได้สื่ออะไรหรือแฝงอะไรก็สามารถสวมใส่ได้ แต่ถ้าเป็นการสื่อเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ย้ำว่าอยู่ที่เจตนาเป็นสำคัญ
ใส่เสื้อบอลไปเลือกตั้งได้หรือไม่
เรื่องการใส่เสื้อบอลนั้น จริงๆ แล้ว กกต. ไม่ได้ห้ามใส่เสื้อบอลไปเลือกตั้ง แต่สาเหตุที่มีการเตือนหรือเป็นประเด็นขึ้นมา เป็นเพราะรายละเอียดบนเสื้อที่อาจเสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ ดังนี้
1. เสี่ยงเป็นการโฆษณาหาเสียง
หากเสื้อฟุตบอลตัวนั้นมีโลโก้พรรคการเมือง หรือหมายเลขที่ตรงกับเบอร์ของผู้สมัครในเขตนั้นๆ หรือมีสัญลักษณ์ที่สื่อถึงพรรคการเมืองอย่างชัดเจน จะถือว่าเป็นการโฆษณาหาเสียงในวันเลือกตั้ง ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย
2. สัญลักษณ์ที่อาจทำให้เข้าใจผิด
เสื้อฟุตบอลบางสโมสรอาจมีสปอนเซอร์หรือลวดลายที่บังเอิญไปคล้ายกับสัญลักษณ์ของพรรคการเมือง หากเจ้าหน้าที่มองว่าเจตนาสื่อถึงการเมือง ก็อาจจะเกิดปัญหาที่หน้าคูหาได้
3. ระยะเวลาต้องห้าม
กฎหมายห้ามหาเสียงตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง ดังนั้นการใส่ชุดที่มีสัญลักษณ์พรรคการเมืองเข้าไปในเขตเลือกตั้ง จึงถือว่ามีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกดำเนินคดี
เสื้อบอลแบบไหนใส่ไปเลือกตั้งได้บ้าง
ใส่ได้: เสื้อบอลสโมสรทั่วไป (เช่น ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฯลฯ) ที่ไม่มีตราพรรคการเมืองหรือเบอร์ผู้สมัคร
ควรเลี่ยง: เสื้อบอลที่มีการสกรีนชื่อนักการเมือง, โลโก้พรรค หรือเลขเบอร์ผู้สมัครที่ลงเลือกตั้งในขณะนั้น
อย่างไรก็ตาม เพื่อความสบายใจและรวดเร็วในการใช้สิทธิ ควรใส่เสื้อเรียบๆ หรือลายทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองเลยจะดีที่สุด



