ตำรวจไซเบอร์ออกประกาศเตือนภัยประชาชน หลังพบมิจฉาชีพใช้กลวิธีปลอมโปรไฟล์เป็นบุคคลใกล้ชิดหรือเพื่อนสนิทผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ แล้วส่งข้อความขอความช่วยเหลือเรื่องการเงิน โดยอ้างว่ามีเหตุฉุกเฉินหรือต้องการยืมเงินด่วน ซึ่งเหยื่ออาจสูญเงินเป็นจำนวนมากถึงหลักแสนบาท
กลโกงของมิจฉาชีพ
มิจฉาชีพมักใช้วิธีการแฮกบัญชีผู้ใช้หรือสร้างโปรไฟล์ปลอมที่มีชื่อและรูปภาพเหมือนกับบุคคลที่เหยื่อรู้จัก จากนั้นจะส่งข้อความไปยังเหยื่อเพื่อขอให้โอนเงิน โดยอ้างเหตุผลต่างๆ เช่น ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือติดขัดทางการเงินชั่วคราว เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินไปแล้ว มิจฉาชีพจะตัดการติดต่อและหายตัวไป
ตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
มีรายงานผู้เสียหายหลายรายที่ถูกหลอกด้วยวิธีนี้ บางรายสูญเงินมากกว่า 100,000 บาท เนื่องจากหลงเชื่อว่ากำลังช่วยเหลือเพื่อนหรือญาติที่กำลังเดือดร้อน การโอนเงินเกิดขึ้นหลายครั้งจนเหยื่อรู้ตัวอีกทีก็สายเกินไป
คำแนะนำจากตำรวจไซเบอร์
- ไม่ควรโอนเงินให้กับใครทันทีเมื่อได้รับข้อความขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์
- ควรโทรศัพท์หรือติดต่อบุคคลนั้นโดยตรงเพื่อยืนยันตัวตนก่อนทุกครั้ง
- สังเกตความผิดปกติของข้อความ เช่น การใช้ภาษาแปลกๆ หรือการขอให้รีบโอนเงินด่วน
- ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในบัญชีโซเชียลมีเดียให้ปลอดภัย และเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น (Two-Factor Authentication) เพื่อป้องกันการแฮก
หากตกเป็นเหยื่อควรทำอย่างไร
หากถูกหลอกให้โอนเงินไปแล้ว ให้รีบแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือแจ้งผ่านสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 ทันที เพื่อให้สามารถระงับบัญชีและติดตามเงินคืนได้อย่างรวดเร็ว
แนวโน้มของอาชญากรรมไซเบอร์
อาชญากรรมไซเบอร์รูปแบบนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้คนใช้ชีวิตออนไลน์มากขึ้น มิจฉาชีพพัฒนากลวิธีหลอกลวงให้แนบเนียนยิ่งขึ้น ประชาชนจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังและไม่ประมาทในการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการไม่เชื่อข้อมูลที่ได้รับโดยไม่ตรวจสอบให้แน่ชัด อย่าให้ความเร่งด่วนหรือความเกรงใจทำให้ตัดสินใจผิดพลาด การเสียสละเวลาเล็กน้อยเพื่อยืนยันตัวตนอาจช่วยป้องกันการสูญเสียเงินจำนวนมากได้



