“อภิสิทธิ์” เผยสัปดาห์หน้าเคาะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปชป. จ่อเสนอสูตรใหม่
“อภิสิทธิ์” เผยสัปดาห์หน้าเคาะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปชป.

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคมีจำนวนสมาชิกสส.ไม่เพียงพอที่จะยื่นร่างของพรรคได้ จึงได้หารือกับพรรคการเมืองอื่นที่มีจำนวนสมาชิกไม่พอเช่นกัน ซึ่งมีความเห็นตรงกันในเชิงหลักการที่จะยื่น คือ ต้องเป็นการสร้างกระบวนการให้ได้สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แตกต่างจากร่างของพรรคภูมิใจไทย และต้องไม่มีการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งต่างจากร่างของพรรคประชาชน

รายละเอียดการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคเห็นว่ากระบวนการในการคัดเลือก สสร. รวมถึงการเห็นชอบรัฐธรรมนูญเมื่อมีการจัดทำเสร็จ จะมีรายละเอียดและความแตกต่างกันบ้างระหว่างแต่ละพรรคที่พูดคุยกันในขณะนี้ แต่เชื่อว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีข้อยุติ และจะสามารถเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าไปได้ ตอนนี้แต่ละพรรคจะไปทำข้อเสนอของตัวเองมา และจะมาตกลงกันในสัปดาห์หน้า

ติงร่างพรรคภูมิใจไทย

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงร่างของพรรคภูมิใจไทยว่า เห็นได้ชัดว่าแตกต่างในเรื่องของขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชน เป็นเพียงการสมัครเข้ามาเฉยๆ ไม่มีกระบวนการมีส่วนร่วมที่กว้างขวางไปกว่านั้น นอกจากนี้ การเลือกตัว สสร. ก็จะมีปัญหา ซึ่งพยายามจะทำทั้งเรื่องหลัก สัดส่วน และจังหวัด ก็จะมีความสับสน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เมื่อถามถึงการเสนอร่างของพรรคภูมิใจไทยที่เสนอในนามพรรค ซึ่งตามปกติกฎหมายสำคัญ คณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้เสนอ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่จำเป็น เป็นเรื่องของการกำหนดว่ารัฐบาลจะมีจุดยืนหรือไม่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลไม่ได้เขียนในนโยบายตั้งแต่ต้น ก็ไม่แปลกใจอะไรที่ไม่มีร่างของ ครม. เพราะรัฐบาลไม่ประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้ ก็ให้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองไป ซึ่งเป็นจุดยืนที่มีได้ แต่คนจะเห็นด้วยหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

แนวคิดการมีส่วนร่วมของประชาชน

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า แนวคิดของตนขณะนี้คืออยากใช้วิธีการหยั่งเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ประชาชนสามารถแสดงความเห็นเกี่ยวกับตัว สสร. ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในวงกว้าง และประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องไปเลือกตั้งแบบเดียวกับการเลือกตั้ง สส. แต่หากมีข้อทักท้วงว่าคนที่ไม่มีโทรศัพท์จะทำอย่างไร ก็อาจเปิดโอกาสให้ประชาชนไปลงทะเบียนในตำบลของตัวเองแล้วใช้สิทธิ์ ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่ง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่การเลือกตั้ง แต่เป็นการหยั่งเสียงเท่านั้น เพราะชื่อที่ได้มาไม่ใช่ชื่อสุดท้าย ต้องนำมาให้สภาเลือกอีกครั้งหนึ่ง

การเพิ่มอำนาจให้ สว.

เมื่อถามถึงการกำหนดอำนาจให้สมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนนำไปจัดการออกเสียงประชามติ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่าล้อตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในการให้ความเห็นชอบ แต่จะเหมาะสมหรือไม่ ความเห็นก็แตกต่างกันไป และมีการปรับจำนวนที่พรรคภูมิใจไทยปรับจาก 1 ใน 3 เป็น 1 ใน 4 ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์หารือเบื้องต้นอาจจะลดลงไปอีกก็จะดี

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตามหลักรัฐธรรมนูญเป็นกติกาที่ใช้กับทุกคน การสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบได้ ที่มีบทบัญญัตินี้ในรัฐธรรมนูญเพียงป้องกันไม่ให้เสียงข้างมากมากำหนดทุกเรื่อง ดังนั้น แม้จะมีเสียงข้างมากในรัฐสภา หากจำนวน สว. หรือฝ่ายค้านไม่ถึงในระดับหนึ่ง ก็ควรเปิดโอกาสให้ทักท้วง เพราะหากไม่มีการกำหนดเกณฑ์ใดเลย การไปยกร่างรัฐธรรมนูญตามเสียงข้างมากก็สามารถลากทุกอย่างไปได้ และเสียงข้างน้อยก็ไม่มีสิทธิใดๆ เพียงแต่ขั้นตอนการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่ สสร. ยกร่างแล้วเสร็จก่อนการนำไปจัดการออกเสียงประชามตินั้น ไม่ได้เป็นการเสนอจาก สส. หรือพรรคการเมือง แต่เป็นการยกร่างโดย สสร. ที่ผูกพันกับรัฐสภา