คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอ โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง การแบ่งเขตเลือกตั้ง รวมถึงคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
สาระสำคัญของร่างกฎหมาย
ร่างกฎหมายลูกฉบับนี้มีเนื้อหาครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้าน อาทิ การกำหนดให้การเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งใช้ระบบคะแนนเสียงข้างมาก โดยผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดในแต่ละเขตจะได้รับเลือก ส่วนการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อจะใช้ระบบสัดส่วนแบบบัญชีเดียว โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนให้พรรคการเมืองได้เพียงพรรคเดียว และพรรคการเมืองจะได้รับที่นั่งตามสัดส่วนของคะแนนเสียงที่ได้รับ
คุณสมบัติผู้สมัคร
สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. นั้น กำหนดให้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง มีสัญชาติไทยโดยการเกิด และต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ส่วนผู้สมัคร ส.ว. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์ มีสัญชาติไทยโดยการเกิด และต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าเช่นกัน
การแบ่งเขตเลือกตั้ง
ร่างกฎหมายยังกำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยให้ยึดจำนวนประชากรต่อเขตเป็นหลัก โดยแต่ละเขตต้องมีจำนวนประชากรใกล้เคียงกันมากที่สุด และต้องไม่ต่ำกว่า 150,000 คนต่อเขต นอกจากนี้ ยังกำหนดให้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน ส.ส. ตามสัดส่วนประชากร
การเลือกตั้ง ส.ว.
สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา กำหนดให้ใช้ระบบเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน โดยผู้สมัครต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในด้านต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด และต้องไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ภายใน 5 ปี ก่อนสมัครรับเลือกตั้ง
นายกรัฐมนตรีกล่าวภายหลังการประชุม ครม. ว่า ร่างกฎหมายนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและจะช่วยให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม พร้อมทั้งย้ำว่าการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ



