คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. .... เพื่อกำหนดแนวทางการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
รายละเอียดร่างกฎหมาย
ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเกี่ยวกับวิธีการเลือกตั้ง สว. ซึ่งจะมีการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนในแต่ละจังหวัด โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด และต้องไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น
ส่วนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเกี่ยวกับบทบาทและอำนาจหน้าที่ของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง การควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม รวมถึงการกำหนดโทษสำหรับผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
กระบวนการรับฟังความคิดเห็น
กกต. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ การรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของ กกต. การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในภูมิภาคต่างๆ และการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อให้ได้กฎหมายที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2567 ผ่านทางเว็บไซต์ www.ect.go.th หรือทางไปรษณีย์ถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ความสำคัญของกฎหมายลูก
กฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเลือกตั้ง สว. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งกำหนดให้มี สว. จำนวน 200 คน โดยมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงในแต่ละจังหวัด และ สว. จะมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี
การเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้เป็นไปตามหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ และเพื่อให้กฎหมายมีความสมบูรณ์และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
ข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้อง
นักวิชาการและองค์กรภาคประชาชนได้เสนอแนะให้ กกต. เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนชายขอบและผู้พิการ ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ กกต. จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้สะดวกยิ่งขึ้น



