นายอนุชา บูรพชัยศรี หรือ เจมส์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 5 ประกาศความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพแก้ไขทุกปัญหาของคนกรุงเทพฯ โดยยืนยันว่าในยุคของตนจะไม่มีคำว่านอกเหนืออำนาจ กทม. อีกต่อไป โดยเฉพาะนโยบายหลัก 5 ด้าน ได้แก่ เดินทางสะดวก เมืองสะอาด ชีวิตสบาย รายได้ดีขึ้น และตรวจสอบได้ทุกเมื่อ ซึ่งผ่านการศึกษาและเจรจากับภาคส่วนต่างๆ จนมั่นใจว่าสามารถทำได้จริง
นโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานและการจราจร
นายอนุชามีแผนผลักดันนโยบายตั๋วร่วมเพื่อให้ประชาชนใช้บัตรใบเดียวเดินทางได้ทุกระบบขนส่งมวลชนโดยไม่มีการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน นอกจากนี้ยังมีแนวคิดให้รถเมล์ ขสมก. มาอยู่ภายใต้การดูแลของ กทม. และเร่งนำเรือไฟฟ้ามาใช้เป็นฟีดเดอร์เชื่อมต่อให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมเน้นแก้ปัญหาจราจรและอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดรถไฟโดยใช้ระบบ AI เข้ามาควบคุมสัญญาณไฟจราจรแทนการใช้เจ้าหน้าที่กดปุ่ม เพื่อป้องกันความผิดพลาดและเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก รวมถึงประสานกรมการขนส่งทางบกเพื่อบังคับใช้กฎหมายจราจรบริเวณเส้นทึบสีเหลืองอย่างเข้มงวด
แผนบริหารจัดการน้ำท่วมและสิ่งแวดล้อม
สำหรับปัญหาน้ำท่วม นายอนุชามีแผนบริหารจัดการแบบบูรณาการ โดยเร่งระบายน้ำลงคูวิภาวดีและอุโมงค์ระบายน้ำบางซื่อให้เร็วที่สุด พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายอุโมงค์ยักษ์เพื่อผันน้ำลงสู่อ่าวไทย ในด้านสิ่งแวดล้อมและฝุ่นพิษ PM 2.5 มีมาตรการขั้นเด็ดขาดโดยจะระงับใบอนุญาตไซต์ก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานและสร้างมลพิษทันที รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับให้รถบรรทุกทุกคันต้องมีผ้าใบคลุมมิดชิด พร้อมพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยฝุ่นผ่าน SMS ส่งตรงถึงโทรศัพท์มือถือประชาชนโดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดแอปพลิเคชัน
การปราบปรามทุจริตและระบบส่วย
นายอนุชายืนยันว่าส่วยและค่าปากถุงต้องไม่มี การแต่งตั้งบุคลากรต้องมาจากความรู้ความสามารถ โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมแพลตฟอร์มเทคโนโลยี AI ที่ชื่อว่าส่องรัฐเข้ามาใช้ตรวจสอบความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและการทำงานของสำนักงานเขต หากพบความผิดปกติหรือความล่าช้า ระบบจะแสดงผลทันที สามารถตรวจสอบและติดตามได้
แนวทางแก้ปัญหาตึกร้างของรัฐ
ส่วนปัญหาตึกอาคารร้างของรัฐกว่า 24 แห่งที่ผู้รับเหมาทิ้งงานจากปัญหาต้นทุนสูงขึ้น นายอนุชาในฐานะอดีตนักธุรกิจเสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยจะนำภาคเอกชน เช่น สภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ และ กกร. ร่วมหารือกับ รมว.มหาดไทย หรือนายกรัฐมนตรี เพื่อหาจุดสมดุลในการปรับแก้สัญญาหรือชดเชยต้นทุนวัสดุเพื่อให้โครงการของรัฐสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่เป็นภาระของบ้านเมือง
นายอนุชากล่าวทิ้งท้ายว่านโยบายหลักทั้ง 5 ด้านจะเกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่วันแรก หากได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. พร้อมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จากพรรคประชาธิปัตย์ในจำนวนที่มากพอที่จะร่วมผลักดันงาน ลดอุปสรรคในการประสานงานและการล็อบบี้ในสภา กทม. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเหล่านี้เพื่อชาวกรุงเทพฯ อย่างราบรื่นและไร้รอยต่อ กทม. จากนี้ไปจะไม่มีการพูดว่ามันนอกเหนืออำนาจและปัดทิ้ง เราจะประสานต่อและเป็นเจ้าภาพเองจนกว่างานนั้นจะจบสิ้น ทุกเรื่องที่เป็นปัญหาจะต้องแก้ไขได้



