กกต.ประกาศรายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน พรรคประชาชนคว้าอันดับ 1 32 ที่นั่ง
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ระบบบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ ที่ผ่านการรับรองแบบเหมาเข่งครบทั้ง 100 คนแล้ว โดยอันดับ 1 เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ไม่มีการพลิกผัน โดย พรรคประชาชน ได้รับรวม 32 คน ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่หน้าเดิมจากชุดที่แล้ว แต่ก็มีเพิ่มเข้ามาใหม่บางส่วน
พรรคอันดับ 2-3-4 จำนวนไม่ต่างกันมาก
สำหรับพรรคอันดับ 2-3-4 ครั้งนี้ จำนวน สส.บัญชีรายชื่อไม่ต่างกันมากนัก โดย พรรคภูมิใจไทย ได้ 19 คน พรรคเพื่อไทย ได้ 16 คน และ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 11 คน ส่วนที่เหลือเท่ากับหมดโอกาสจะเข้าสู่สภาทำหน้าที่นิติบัญญัติในฐานะ สส. แต่ส่วนหนึ่งยังมีความเป็นไปได้ ทั้งใน สส. ที่อาจได้เลื่อนลำดับขึ้นไปแทนที่ สส.ที่อาจลาออกไปหน้าที่ฝ่ายบริหาร หรืออาจได้โควต้าเป็นตัวแทนของพรรค ในการทำหน้าที่กรรมาธิการ หรืออนุกรรมาธิการ หรืออาจส้มหล่น จากอีกหลายกรณี
บิ๊กเนมหลายคนพลาดเก้าอี้ สส.บัญชีรายชื่อ
อย่างไรก็ตาม หลายคนที่พลาดการเป็น สส. ก็น่าเสียดายในเรื่องความรู้ความสามารถ อย่าง พรรคภูมิใจไทย คนที่ถูกตัดเพราะอยู่อันดับถัดไป คือลำดับ 20 นายนิกร จำนง ที่ย้ายทั้งคณะมาจากชาติไทยพัฒนา แต่เชื่อว่ามีโอกาสสูงที่จะได้รับโควตากรรมาธิการของพรรค เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ที่เขาเชี่ยวชาญคลุกคลีมาตลอด
พรรคภูมิใจไทย ยังมี "บิ๊กเนม" และ "บ้านใหญ่" ที่พลาดเก้าอี้ สส.บัญชีรายชื่อ อาทิ นายพิบูลย์ รัชกิจประการ อดีต สส.และอดีตนายก อบจ.สตูล น้องชาย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ อดีต สส.และอดีตนายก อบจ.สตูล ยังมีคน "บ้านใหญ่" จ.ระยอง "นายกฯช้าง" นายปิติ ปิตุเตชะ, "แม่เลี้ยงติ๊ก" นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู จ.แพร่ นายพงศกร อรรณนพพร บ้านใหญ่ จ.ขอนแก่น และเป็นพ่อ สส.ขอนแก่น และอดีต สส.อาวุโส นายพินิจ จันทรสุรินทร์ บ้านใหญ่ จ.ลำปาง รวมทั้ง นายยุทธพล อังกินันทน์ จ.เพชรบุรี แต่มีผลงานพาพรรคภูมิใจไทยกวาด สส.เขต 3 คนยกจังหวัด
พรรคเพื่อไทย มีระดับอาวุโส และ "บิ๊กเนม" สอบตกจาก สส.บัญชีรายชื่อกันระนาว ไม่ว่าจะเป็น นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีแรงงาน, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ บ้านใหญ่ จ.นครราชสีมา และ นายวิรัตน์ มีนชัยนันทน์ บ้านใหญ่เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังมี "คนดัง" อย่าง นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรี, นายดนุพร ปุณณกัณฑ์ อดีตโฆษกพรรค, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด และ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ที่ต่างเคยเป็นอดีตแกนนำ นปช. พรรคเพื่อไทย ส่วนบ้านใหญ่ "อัศวเหม" จ.สมุทรปราการ ที่ยังคงแพ้ให้กับพรรคสีส้ม ครั้งนี้นอกจากยังไม่สามารถปักธง สส.กลับคืนมาแล้ว ทั้งระบบ สส.เขต นำโดย นายอัครวัฒน์ อัศวเหม อดีต สส. และอดีตรองนายก อบจ.และ สส.บัญชีรายชื่อ นายต่อศักดิ์ อัศวเหม
พรรคประชาธิปัตย์ แม้ครั้งนี้ จะกลับมา "แจ้งเกิด" ได้ เพราะคะแนนนิยมระบบพรรค โดยเฉพาะในภาคใต้ ช่วยให้พรรคได้ สส.เขต และบัญชีรายชื่อ รวมถึง 22 คนแล้ว แต่ยังมีระดับผู้อาวุโส และอดีตแกนนำในพรรค จำนวนไม่น้อยที่ยังกอดคอกันร่วง กลับเข้าสภาไม่สำเร็จ อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ อดีตหัวหน้าพรรค และอดีตรองนายกฯ และอดีต สส.หลายสมัย, นายสาธิต ปิตุเตชะ บ้านใหญ่จากจ.ระยอง, นายสุทัศน์ เงินหมื่น อดีต สส. 12 สมัย จ.อุบลฯ และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง รวมทั้ง นายองอาจ คร้ามไพบูลย์ อดีต สส.อาวุโส และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง และอีกหลายคนที่เป็นระดับอดีต สส. และแกนนำพรรค พรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งอดีตสส.ที่ฝากวาทะกรรม "ท่านประธานไม่แข็ง" และเคยมีผลงาน กรณีไปลากเก้าอี้ประธานสภา ของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ระหว่างประชุมสภา ปี 55 น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต สส.หลายสมัย จ.สมุทรสงคราม ในภาคเหนือ มี นายธนิตพล ไชยนันทน์ อดีต สส.ตาก
บทบาทใหม่ในสภาผู้แทนราษฎร
การขาดหายไปของคนเหล่านี้ อาจทำให้บทบาทและสีสันที่พวกเขาเคยทำไว้ ต้องเหือดหายหรือลดความเข้มข้นลง แต่ในทางกลับกัน จะเป็นการเปิดโอกาสให้คนใหม่ๆ เข้ามารับช่วง และสร้างบทบาทในสภาฯแทนได้ เพราะไม่มีใครจะอยู่ยั้งยืนยงแบบถาวรตามคำสอนของพุทธศาสนา ที่ว่า "เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป" สส.ในสภาฯไทยก็เช่นกัน



