ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้ (7 มิ.ย.) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.24 จุด มาอยู่ที่ 1,312.45 จุด คิดเป็นบวก 0.40% โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 42,560.21 ล้านบาท สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
ปัจจัยหนุนตลาด
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดภูมิภาค โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีนที่ปรับตัวขึ้นแรง หลังจากที่ธนาคารกลางจีนประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นยังเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน
หุ้นที่มีผลต่อดัชนี
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นและมีผลต่อดัชนีมากที่สุด ได้แก่ PTTEP ปรับขึ้น 2.00 บาท หรือ 2.23% มาอยู่ที่ 91.50 บาท, SCB ปรับขึ้น 1.25 บาท หรือ 0.87% มาอยู่ที่ 144.50 บาท, และ KBANK ปรับขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.63% มาอยู่ที่ 160.00 บาท
ขณะที่หุ้นที่ปรับตัวลดลงและกดดันดัชนีมากที่สุด ได้แก่ ADVANC ปรับลง 2.00 บาท หรือ 0.89% มาอยู่ที่ 222.00 บาท, GULF ปรับลง 0.50 บาท หรือ 0.68% มาอยู่ที่ 73.00 บาท, และ CPALL ปรับลง 0.25 บาท หรือ 0.31% มาอยู่ที่ 80.25 บาท
แนวโน้มตลาด
นักวิเคราะห์คาดว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันจันทร์ที่ 10 มิ.ย. จะยังคงแกว่งตัวในกรอบ โดยมีแนวรับที่ 1,300 จุด และแนวต้านที่ 1,320 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า รวมถึงการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์ถัดไป



