วัชระ ยื่น ป.ป.ช. สอบเลขาฯ สุรพงษ์ ปมย้ายผอ.เมาขับชนตาย
วัชระ ยื่น ป.ป.ช. สอบเลขาฯ สุรพงษ์ ปมย้ายผอ.เมาขับชนตาย

วัชระ ยื่น ป.ป.ช. สอบเลขาฯ สุรพงษ์ ปมย้ายผอ.เมาขับชนคนตาย

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนได้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ผิดระเบียบกฎหมาย หรือฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ จากกรณีที่นายสุรพงษ์ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ 455/2569 เรื่องโยกย้ายข้าราชการรายหนึ่ง

ข้อเท็จจริงการโยกย้าย

นายวัชระ ระบุว่า ข้อเท็จจริงในคำสั่งดังกล่าวเป็นการย้ายนายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักไต่สวนคดีพิเศษ ซึ่งความผิดปกติอยู่ตรงที่การโยกย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายจรงค์ก่อเหตุเมาแล้วขับรถชนคนตายในคืนวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 จนมีคลิปภาพและเสียงเผยแพร่เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์องค์กร ป.ป.ช. อย่างร้ายแรงชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนับแต่ก่อตั้งหน่วยงาน

การเพิ่มเงินประจำตำแหน่ง

นายวัชระกล่าวต่อว่า แต่ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 หลังจากเกิดเหตุเพียง 2 วัน นายสุรพงษ์ เลขาธิการ ป.ป.ช. กลับออกคำสั่งย้ายนายจรงค์ไปดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นในสายงานอำนวยการยุติธรรม พร้อมอัปเกรดเงินเพิ่มประจำตำแหน่งจากเดิมเดือนละ 18,000 บาท ขยับขึ้นเป็นเดือนละ 40,000 บาท (เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 22,000 บาท) จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อสงสัยต่อพฤติกรรม

“มีเหตุอันควรสงสัยว่านายสุรพงษ์ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง ไร้ธรรมาภิบาล และขัดต่อจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งส่อว่าอาจกระทำความผิดตามมาตรา 147 และมาตรา 183 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ตนในฐานะประชาชนผู้เสียภาษีไม่อาจยอมรับพฤติกรรมเช่นนี้ได้ จึงขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งย้ายนายสุรพงษ์ให้พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. ทันที เพื่อรักษาหลักนิติธรรม” นายวัชระ กล่าว

การขาดคุณสมบัติ

นอกจากนี้ นายวัชระยังได้ชี้ให้เห็นถึง พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 149 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่า เลขาธิการ ป.ป.ช. ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม เป็นกลาง และปราศจากอคติ แต่นายสุรพงษ์กลับแสดงพฤติกรรมตรงกันข้าม โดยการให้ข่าวตอบโต้และโจมตีประชาชนที่เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ ป.ป.ช. ในกรณีดังกล่าวว่าเป็น “สังคมป่วย” พฤติกรรมนี้จึงถือว่าขาดคุณสมบัติและไม่สมควรดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. อีกต่อไป

การดำเนินการต่อไป

ตนจึงขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เร่งตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดทางกฎหมายและจริยธรรมต่างกรรมต่างวาระโดยเร็วที่สุด โดยในการยื่นหนังสือครั้งนี้ นายวัชระได้แนบเอกสารความเห็นของอดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรมมาประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วย