สำนักงานประกันสังคมออกมาเตือนประชาชนถึงความผิดในการใช้ข้อมูลบุคคลอื่นลงทะเบียนเข้าระบบ e-self service หลังจากมีกรณีนำข้อมูลส่วนบุคคลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไปใช้ลงทะเบียนและเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยยืนยันว่าระบบของสำนักงานไม่ถูกเจาะและไม่มีข้อมูลรั่วไหล
เหตุการณ์จากสื่อสังคมออนไลน์และการตรวจสอบ
จากเหตุการณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการนำเสนอภาพและข้อมูลส่วนบุคคลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการลงทะเบียนใช้งานระบบ e-self service สำนักงานประกันสังคมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า กรณีดังกล่าวเกิดจากการนำเลขประจำตัวประชาชนของนายกฯ ไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ของประกันสังคม พร้อมกรอกอีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้อื่น ก่อนนำภาพหน้าจอไปเผยแพร่ การกระทำนี้เป็นการแอบอ้างใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตโดยมิชอบ
การดำเนินคดีและมาตรการป้องกัน
สำนักงานประกันสังคมได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายจนถึงที่สุด และแจ้งไปยังสำนักงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติแล้ว พร้อมปรับวิธีการเข้าใช้งานระบบ e-self service ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ตั้งแต่ 2 เมษายน 2569 ผู้ประกันตนทั้งรายเก่าและใหม่ต้องเข้า login ผ่าน ThaiID เท่านั้น
การพัฒนาช่องทางสำหรับทุกกลุ่ม
สำนักงานประกันสังคมตระหนักถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีของประชาชนบางกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และแรงงานที่ไม่คุ้นเคยกับแอปพลิเคชัน จึงมีแนวทางพัฒนาช่องทางการยืนยันตัวตนที่หลากหลาย และอยู่ระหว่างประสานงานกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเพื่อพัฒนาระบบให้รองรับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
คำเตือนตามกฎหมาย
พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 กำหนดความผิดเกี่ยวกับการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงการส่งต่อข้อมูลดังกล่าว โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากกระทบในวงกว้างโทษจะสูงขึ้น
ข้อแนะนำสำหรับประชาชน
สำนักงานประกันสังคมขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่มิชอบ เก็บหลักฐานเช่นภาพหน้าจอพร้อมวันเวลา รายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือตำรวจ และแจ้งแพลตฟอร์มเพื่อระงับหรือลบเนื้อหา รวมถึงติดตามตรวจสอบการใช้งานข้อมูลของตนเองอย่างสม่ำเสมอ



