นายกสมาคม อบต. โต้ปมโกงสอบท้องถิ่น ย้ำไม่ใช่ความผิดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นายกสมาคม อบต. โต้ปมโกงสอบท้องถิ่น ชี้ไม่ใช่ความผิดองค์กร

นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ออกมาโต้แย้งกรณีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยชี้แจงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของกระบวนการจัดสอบ ไม่ใช่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่าง อบต. เทศบาล หรือ อบจ. ซึ่งเป็นเพียงหน่วยงานปลายทางที่รับผู้สอบผ่านเข้าบรรจุเท่านั้น

ป.ป.ช. บุกทลายแก๊งทุจริตสอบท้องถิ่น มูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ร่วมกับ บก.ปปป. ทลายแก๊งทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยบุกค้นบริษัทย่านอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ขณะใช้คอมพิวเตอร์แก้ไขกระดาษคำตอบให้ผู้สมัครที่จ่ายเงินค่าโกง สามารถรวบตัวผู้ร่วมขบวนการได้กว่า 10 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เตรียมขยายผลเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เชื่อว่าดำเนินการมานานโดยเปิดบริษัทบังหน้า และประเมินว่ามีเงินสะพัดสูงถึง 4,500 ล้านบาท

ด้านนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด ขณะที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รับบัญชาให้เด้งนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไปประจำกระทรวงมหาดไทยชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายกสมาคม อบต. ยืนยันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่เกี่ยวข้อง

รศ.ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ สมาคม อบต. ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ว่า ในฐานะผู้ดูแลตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า 5,300 แห่งทั่วประเทศ ขอยืนยันว่ากระบวนการทุจริตที่เกิดขึ้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับ อบต. เทศบาล หรือ อบจ. แต่อย่างใด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

“สังคมไม่ควรเหมารวมว่าองค์กรเหล่านี้เป็นผู้ทุจริต เนื่องจากกระบวนการสอบแข่งขัน การขึ้นบัญชี และการบรรจุแต่งตั้ง ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นร่วมกับมหาวิทยาลัยที่ชนะการประมูล ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเพียงหน่วยงานปลายทางที่รับผู้สอบผ่านเข้าบรรจุทำงานเท่านั้น” รศ.ดร.วิระศักดิ์ กล่าว

ชี้ค่านิยมรับราชการเป็นช่องโหว่ให้เกิดทุจริต

สำหรับประเด็นที่มีผู้ยอมจ่ายเงินหลักแสนบาทเพื่อแลกกับตำแหน่งที่ได้รับเงินเดือนเพียง 15,000 บาทนั้น รศ.ดร.วิระศักดิ์ มองว่าเกิดจากค่านิยมของคนไทยที่ต้องการให้บุตรหลานเข้ารับราชการ เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่มีความมั่นคง มีสวัสดิการของรัฐที่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลให้ตนเองและครอบครัวได้ รวมถึงมีบำเหน็จบำนาญหลังเกษียณอายุ ค่านิยมนี้จึงเป็นช่องโหว่ให้เกิดกระบวนการทุจริต รวมถึงมี ‘แก๊งตกเบ็ด’ หรือกลุ่มมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสหลอกลวงประชาชนว่าสามารถฝากฝังบุตรหลานเข้ารับราชการได้ จนทำให้มีผู้สูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก

เรียกร้องขยายผลถึงผู้บงการตัวจริง

รศ.ดร.วิระศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขบวนการทุจริตในครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นเครือข่ายใหญ่ที่มีการวางแผนมาเป็นอย่างดีและมีผู้ได้รับผลประโยชน์อย่างเป็นระบบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนเชิงลึกเพื่อหาต้นตอ โดยเฉพาะบุคคลที่ถูกพาดพิงอย่าง ‘นาย พ.’ ว่ารับงานมาจากหน่วยงานใด ทั้งนี้ ตนมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความล้มเหลวของตัวบุคคล ไม่ใช่องค์กร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังคงทำหน้าที่ดูแลประชาชนตามปกติ

เสนอให้กระจายอำนาจการบริหารบุคคลกลับคืนสู่ท้องถิ่น

ในตอนท้าย รศ.ดร.วิระศักดิ์ ได้เสนอให้มีการกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลกลับคืนสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง เหมือนเมื่อกว่าสิบปีที่แล้วที่ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการสอบเอง แม้จะเคยมีข้อผิดพลาดบ้างแต่ก็เกิดขึ้นเพียง 2 จังหวัด ก่อนที่จะมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 8/2560 ดึงอำนาจการจัดสอบกลับไปรวมศูนย์ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการคัดเลือกมหาวิทยาลัยผู้จัดสอบ ที่เดิมทีเป็นมหาวิทยาลัยบูรพา แต่ต่อมาถูกยกเลิกและเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) จนเกิดปัญหาขึ้นในที่สุด พร้อมเน้นย้ำว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยผู้จัดสอบจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ทั้งหมด และหวังว่าการสอบคัดเลือกผู้บริหารระดับสูงโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม