กมธ.ป.ป.ช. สภาฯ เตรียมลุยภูเก็ต 26-27 มิ.ย. สางปมมาเฟียฮุบหาดฟรีด้อม
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร และ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะกรรมาธิการฯ เตรียมลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 26-27 มิถุนายน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการบุกรุกที่สาธารณะและป่าสงวนแห่งชาติบริเวณหาดฟรีด้อม ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ซึ่งที่ผ่านมาเคยพบการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้และมีการดำเนินคดีมาแล้วหลายคดี
เดินหน้าแก้ปัญหามาเฟียฮุบที่ดิน
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งกวาดล้างผู้มีอิทธิพล และกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองธุรกิจ รวมถึงการบุกรุกพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต โดยคณะกรรมาธิการฯ จะตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมาย
เชิญ 3 สส.ภูเก็ตร่วมสอบ
นายอาสพลธ์ ได้ทำหนังสือเชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ตทั้ง 3 เขต ได้แก่ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี จากพรรคประชาชน และ น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ จากพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมประชุมและลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับคณะกรรมาธิการฯ เพื่อสะท้อนปัญหา รับฟังความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเปิดเผย โปร่งใส และรอบด้าน พร้อมกันนี้ จะเปิดโอกาสให้ตัวแทนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็น เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหากลุ่มธุรกิจและผู้มีอิทธิพลสีเทาที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างอาคารถาวร การตัดถนน การเก็บค่าเข้าพื้นที่ หรือการเปิดร้านค้าให้บริการนักท่องเที่ยวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
สัญญาณเอาจริงทวงคืนสมบัติชาติ
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเอาจริงในการทวงคืนสมบัติของชาติ โดยหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานแล้วเสร็จ จะนำข้อมูลเชิงลึกที่ได้ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายกับผู้บุกรุกและผู้ที่อยู่เบื้องหลังอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น และยังช่วยตรวจสอบ และสนับสนุนให้เกิดการจัดระเบียบพื้นที่หาดฟรีด้อม รวมถึงพื้นที่สาธารณะอื่นในจังหวัดภูเก็ต ให้กลับมาเป็นสมบัติของส่วนรวมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง



