ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายปราบปรามการทุจริตของรัฐบาล โดยระบุว่า การที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้รื้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปราบโกง พร้อมตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริต ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังต้องการการดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
กฎหมายซ้ำซ้อนเปิดช่องทุจริต
ดร.มานะ กล่าวถึงสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการทุจริตว่า มาจากความซับซ้อนของกฎหมายและขั้นตอนการดำเนินงานที่มากเกินไป ยกตัวอย่างการต่อเติมอาคารที่ต้องผ่านกฎหมายถึง 7 ฉบับ และต้องติดต่อมากกว่า 20 หน่วยงาน หรือการเปิดร้านสะดวกซื้อที่ต้องมีใบอนุญาตกว่า 30 ใบ ความยุ่งยากเหล่านี้สร้างช่องว่างให้เจ้าหน้าที่เรียกรับสินบน เพื่อแลกกับการลดขั้นตอนที่วุ่นวาย
ข้อเสนอจาก OECD
ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังจะเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งมีข้อกำหนดสำคัญ คือ การยกเลิกกฎหมายรางวัลนำจับ เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในระบบราชการ นอกจากนี้ ยังเสนอให้ผู้ให้สินบนที่แจ้งเบาะแสกับ ป.ป.ช. ไม่ต้องติดคุก แต่รับโทษปรับแทน ซึ่งจะช่วยเร่งกระบวนการสอบสวนและสร้างความระแวงในกลุ่มผู้กระทำผิด
หลักฐานยากขึ้นแต่ยังสู้
ดร.มานะ ยอมรับว่า ปัจจุบันหลักฐานในการดำเนินคดีทุจริตยากขึ้น เนื่องจากต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน ต่างจากอดีตที่ใช้เพียงระดับ “เชื่อได้ว่า” แต่ยังเชื่อมั่นว่าการปรับปรุงกฎหมายและการบังคับใช้ที่เข้มงวดจะช่วยแก้ปัญหาได้
- กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างที่เปิดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม ถือเป็นตัวอย่างที่ดี
- การเปิดเผยสินบน 26 หน่วยงาน แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูป
- นายกฯ เริ่มลงมือแล้ว แต่ประชาชนต้องช่วยกันติดตามและทวงถามอย่างต่อเนื่อง
ดร.มานะ กล่าวปิดท้ายด้วยการเรียกร้องให้คนไทยร่วมมือกันผลักดันการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อลดความซ้ำซ้อนและปิดช่องโหว่ที่เอื้อต่อการทุจริต พร้อมเน้นย้ำว่า “ช่วยกันครับ คนไทยครับ”



