วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความผิดหวังต่อท่าทีของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีบางคนที่ขู่จะฟ้องร้องคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. หลังจากที่ กกร. ได้เปิดเผยผลสำรวจเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย
วิโรจน์ชี้ท่าทีของรัฐบาลน่าผิดหวัง
นายวิโรจน์ระบุว่า กกร. ได้ชี้แจงชัดเจนแล้วว่าผลสำรวจดังกล่าวมาจากการสอบถามภาคธุรกิจ ไม่ใช่การกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน แต่กลับมีท่าทีแข็งกร้าวจากกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ยอมรับว่าเป็นผู้สั่งการให้อธิบดีกรมฯ ตอบโต้และขู่จะใช้กระบวนการทางกฎหมายกับ กกร.
ยิ่งไปกว่านั้น นายวิโรจน์ยังแสดงความผิดหวังต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้สัมภาษณ์ว่า “หากกล้าบอกว่าใครทำผิด ก็ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับ” ซึ่งขัดต่อแนวคิดการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสการทุจริต หรือ Whistleblower Protection ที่มีอยู่ในกฎหมายไทยอยู่แล้ว ตามมาตรา 131-135 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
เรียกร้องให้ผลักดันกฎหมายสำคัญ
นายวิโรจน์ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันพระราชบัญญัติ 2 ฉบับที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยยกร่างไว้ ได้แก่ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม และ พ.ร.บ.การติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากการเอาไปโดยทุจริต พร้อมทั้งให้กำลังใจและยืนเคียงข้าง กกร. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และองค์กรต่อต้านการทุจริตต่างๆ เช่น แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
“ผมยินดีอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนการทำงาน และช่วยงานทุกอย่างของพวกท่าน เพื่อกำจัดภัยคอร์รัปชันให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย” นายวิโรจน์กล่าวทิ้งท้าย



