ทุจริตคอรัปชั่นกัดกิน แล้วประเทศจะเหลืออะไร? เมื่อคนไทยต้องจ่าย "ค่าสินบน" ทุกวันแบบไม่รู้ตัว วันที่ 15 พ.ค. 2569 เวลา 12:08 น.
เอกชนแฉต้นทุนแฝงเงินใต้โต๊ะ
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมค่าครองชีพในบ้านเราถึงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ? คอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าห้องเล็กๆ ราคากระโดดไกล หรือของกินของใช้ที่นักธุรกิจไทยต้องบวกราคาเพิ่ม ส่วนหนึ่งของคำตอบมาจากคำว่า "เงินใต้โต๊ะ"
วานนี้ (14 พ.ค.) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ออกมาแฉความจริงที่น่าตกใจว่า คอรัปชั่นในระบบราชการไทยตอนนี้เข้าขั้นวิกฤตและแย่ลงเรื่อยๆ โดยผลสำรวจผู้บริหารธุรกิจทั่วประเทศ 401 ราย พบว่า 60.9% ของนักธุรกิจบอกว่าเมื่อไปขออนุญาตต้องเจอการส่งสัญญาณขอสิ่งตอบแทนตลอด 37.3% ยืนยันว่าถ้าอยากได้งานภาครัฐต้องยอมจ่ายค่าพิเศษเฉลี่ย 11-15% ของมูลค่าสัญญา อัตราค่าจ่ายใต้โต๊ะเฉลี่ยพุ่งสูงถึงหลักแสนต่อครั้ง ตั้งแต่กรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า ไปจนถึงกรมที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้
หน่วยงานที่มีอัตราเสนอให้ส่งตอบแทนสูงสุด
- ตำรวจทางหลวง/จราจร
- กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล)
- องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
สาเหตุหลักที่นักธุรกิจต้องยอมจ่ายสินบน มาจากขั้นตอนซับซ้อนของหน่วยงานราชการ กฎหมายที่เปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจมากเกินไป และไม่ต้องการมาไล่แก้ปัญหาทีหลัง 43.7% ระบุว่าไม่กล้าร้องเรียนเพราะไม่เชื่อมั่นในช่องทาง Whistleblowing ของรัฐ
ดัชนีคอรัปชั่นไทยดิ่งต่ำสุดในรอบ 10 ปี
ดัชนีคอรัปชั่น (CPI) ปี 2568 คะแนนของไทยร่วงเหลือเพียง 33 คะแนน รั้งอันดับ 116 ของโลก สะท้อนความไม่โปร่งใส คอรัปชั่นกลายเป็นต้นทุนแฝงที่เราต้องจ่ายแบบไม่รู้ตัว
ปัญหาทุจริตทำให้ค่าใช้จ่ายแอบแฝงสูงขึ้น นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่น ส่งผลต่ออัตราการลงทุนลดลง เป็นอุปสรรคฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจเติบโตช้า ขาดความน่าเชื่อถือ ทำลายความยุติธรรมในสังคม เกิดความไม่เท่าเทียม สูญเสียโอกาสในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ
ผลกระทบต่อค่าครองชีพ
ไม่มีนักธุรกิจคนไหนยอมขาดทุน เมื่อเขาต้องจ่ายรายทาง เขาก็ต้องบวกเพิ่มในราคาสินค้าและบริการที่ขายให้เรา ตัวอย่างเช่น การสร้างคอนโดฯ ต้องผ่าน EIA กรมที่ดิน ฝ่ายโยธา การไฟฟ้า การประปา ถ้าอยากเร็วก็ต้องจ่าย สุดท้ายค่าสินบนถูกบวกเข้าไปในราคาต่อตารางเมตรที่เราผ่อน การขนส่งสินค้าเจอด่านเจอส่วย ต้นทุนขนส่งเพิ่ม ราคาข้าวแกงหน้าปากซอยก็ต้องขึ้นตาม
การจัดซื้อจัดจ้างรัฐ งบภาษี 100 บาท แทนที่จะได้ถนนคุณภาพดีเต็มร้อย กลับถูกหักหัวคิวไป 15 บาท ผลคือได้ถนนพังๆ ที่ต้องซ่อมซ้ำซาก ถ้าเป็นโครงการรัฐหมื่นล้าน เงินหายไป 1,500 ล้านบาท ซึ่งสร้างโรงพยาบาลมาตรฐานสูงได้ 1 แห่ง หรือซื้อรถเมล์ไฟฟ้าใหม่เอี่ยมหลายร้อยคัน
SME และ Startup เสียโอกาส
เงินแสนที่ต้องจ่ายเป็นค่าใต้โต๊ะ อาจนำไปจ้างพนักงานเก่งๆ 2-3 คน หรือเป็นงบยิงโฆษณาขยายธุรกิจได้เป็นปี แต่กลับไปไม่ถึงดวงดาวเพราะต้นทุนจมตั้งแต่วันแรกที่เริ่มขอใบอนุญาต
51% ของคนทำงานบอกว่าติดต่อราชการยากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็น Startup หรือ SME ตัวเล็กๆ ที่ไม่มีคอนเนกชัน จะรอดหรือโตในระบบนี้ได้อย่างไร? เรากำลังอยู่ในประเทศที่ความเก่งอาจแพ้เงินใต้โต๊ะ คนเก่งๆ เริ่มหมดไฟ อยากย้ายออก เพราะไม่อยากอยู่ในระบบที่ต้องโตด้วยการส่งซองส่งส่วย บริษัทซื่อสัตย์แข่งราคาไม่ได้ SME ใหม่เข้าตลาดยาก คนไม่ยอมจ่ายก็ต้องตกอยู่ในสภาพโตช้า
ทุจริตไม่เพียงทำให้ประเทศเติบโตช้า แต่กำลังไล่คนเก่งออกจากระบบ ถ้าความสำเร็จต้องแลกด้วยการทำผิดระเบียบหรือจ่ายส่วยเป็นปกติ แล้วลูกหลานเราจะเหลืออนาคตแบบไหนในประเทศนี้?



