เมตา แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ ประกาศยกเลิกโปรแกรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง (fact-checking) บนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมในสหรัฐอเมริกา โดยจะเปลี่ยนมาใช้ระบบ Community Notes ที่คล้ายกับของเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์เดิม) แทน
การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเมตา เปิดเผยผ่านวิดีโอว่า การตัดสินใจนี้มีเป้าหมายเพื่อลดข้อผิดพลาดและฟื้นฟูเสรีภาพในการแสดงออกบนแพลตฟอร์ม โดยชี้ให้เห็นว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ผ่านมามีอคติและนำไปสู่การเซ็นเซอร์มากเกินไป
ระบบ Community Notes จะให้ผู้ใช้ร่วมกันเพิ่มบริบทหรือข้อมูลเพิ่มเติมในโพสต์ที่อาจทำให้เข้าใจผิด โดยไม่ต้องให้หน่วยงานภายนอกเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งเมตาคาดว่าจะเริ่มนำมาใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ผลกระทบต่อผู้ใช้และผู้ลงโฆษณา
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ในสหรัฐฯ ก่อนเป็นลำดับแรก โดยเมตาจะยังคงใช้ระบบตรวจสอบข้อเท็จจริงกับประเทศอื่นๆ ต่อไป นอกจากนี้ เมตายังปรับเปลี่ยนนโยบายเนื้อหาที่เกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐานและอัตลักษณ์ทางเพศ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางใหม่
นักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจเป็นความพยายามของเมตาที่จะเอาใจรัฐบาลทรัมป์ที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่ง หลังจากที่ซักเคอร์เบิร์กเคยมีปัญหากับอดีตประธานาธิบดีมาก่อน
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
- ฝ่ายอนุรักษ์นิยมชื่นชมการตัดสินใจของเมตา โดยมองว่าเป็นการคืนสิทธิเสรีภาพในการพูด
- ฝ่ายเสรีนิยมและองค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริงวิจารณ์ว่าการกระทำนี้จะทำให้ข้อมูลเท็จแพร่กระจายมากขึ้น
- ผู้ลงโฆษณาบางรายแสดงความกังวลว่าแบรนด์ของตนอาจปรากฏอยู่ข้างเนื้อหาที่เป็นอันตราย
เมตายังประกาศย้ายทีมงานด้านความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยจากแคลิฟอร์เนียไปยังเท็กซัส เพื่อลดความกังวลเรื่องอคติของพนักงาน และเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงาน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเมตา ซึ่งอาจส่งผลต่อวิธีที่ผู้คนบริโภคข้อมูลบนโซเชียลมีเดียในอนาคต



