วิลลี่ แมคอินทอช นักแสดงและพิธีกรรุ่นใหญ่ เปิดใจถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตปัจจุบัน บทเรียนราคาแพงจากการทำธุรกิจ และมุมมองเรื่องมิตรภาพ ผ่านรายการ เลี้ยงชีพ PODCAST ของ โกบอย โดยเผยว่า ตอนนี้แทบไม่ได้เปิดบริษัทร่วมหุ้นกับใครใหญ่โตเหมือนเมื่อก่อน เพราะรู้สึกสบายใจและเข็ดกับความไม่แน่นอนในการทำธุรกิจร่วมกับคนอื่น
ธุรกิจส่วนตัว 100% ไม่หุ้นกับใคร
วิลลี่กล่าวว่า "ผมคิดว่า มันน้อยซะจนไม่ต้องพูดถึงแล้ว ตอนนี้มันสบายไปแล้ว มันทำให้เราไม่ได้อยากเข้าระบบในการหุ้นกันอะไรเยอะแยะมากมาย เพราะว่าถ้าเราเปลี่ยนได้ขนาดนี้ คนอื่นก็เปลี่ยนได้ ทุกคนเปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีอะไรที่มันเปลี่ยนใจไม่ได้ ไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อไม่มีอะไรแน่นอนก็ไม่เปิดบริษัท ไม่ค่อยหุ้นไม่ค่อยอะไร"
อย่างไรก็ตาม วิลลี่ยังคงมีบริษัทที่ถือหุ้น 100% ไว้รับงานบันเทิงและจ่ายภาษีตามปกติ โดยเขาตัดสินใจถือหุ้นทั้งหมดเพราะเป็นของตัวเอง แต่หากต้องไปหุ้นหรือทำธุรกิจกับใคร เขามองว่าไม่มีอะไรแน่นอน
สำหรับโครงการ "สาระแนแฟร์ฟู้ด" วิลลี่เผยว่าทำเป็นโปรเจกต์ แบ่งเงินกันเป็นงานๆ จบไป ไม่ต้องตั้งบริษัทหรือมีกรรมการ MD "แบบนี้ดีกว่าเพราะว่า 1 คือ เราผิดหวังเพราะเราคาดหวัง ถ้าเราไม่คาดหวังเราก็จะไม่ผิดหวัง เราไปล็อกใครคนใดคนหนึ่งบนโลกใบนี้ให้เป็นแบบที่เราต้องการไม่ได้ มันผิดตั้งแต่แรก วันแรกที่เราหุ้นกัน รักกันอย่างจะจูบปาก แต่วันที่เราทะเลาะกัน และความเห็นไม่ตรงกัน และมันมีข้ออ้างอื่นๆ อีกเป็นล้าน ซึ่งเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้"
ความสัมพันธ์กับเสนาหอยยังดี แต่ไม่ขอร่วมงานอดีตเพื่อนสนิท
นอกจากเรื่องธุรกิจแล้ว ประเด็นความสัมพันธ์กับแก๊งเพื่อนเก่าก็ถูกพูดถึง โดยเฉพาะกับ "เสนาหอย" ที่วิลลี่ยืนยันว่ายังร่วมงานกันได้ดี แต่เมื่อถูกถามถึงโอกาสร่วมงานกับ "อดีตเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง" วิลลี่ตอบอย่างชัดเจนว่า "ไม่ดีกว่า" พร้อมให้เหตุผลว่าไม่อยากกลับไปรื้อฟื้นเรื่องเก่าให้กลายเป็นกระแสสังคมอีก
วิลลี่บอกว่า "ก็ไม่ดีกว่า เพราะว่าไปรื้อฟื้นของเก่าไง คือเราขี้เกียจมานั่งเป็นกระแส ไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งกระแสนั้นในการทำมาหากิน ทุกคนอยู่ดีหมดแล้ว อยู่ดีหมดแล้วก็อยู่กันไป คือชีวิตเรามันเดินเส้นคู่ขนาน วงจรชีวิตเราช่วงหนึ่งเคยเจอกันทุกวันๆ แต่พอช่วงหนึ่งมันหายไป เพราะฉะนั้นอย่าไปคาดหวัง เดี๋ยวผิดหวัง มีเวลาค่อยเจอ ไม่กดดัน ผมว่าดีที่สุด เจอก็เจอ ไม่เจอก็ไม่เป็นไร"
วิลลี่ทิ้งท้ายว่า ณ ตอนนี้ทุกคนไปได้ดี มีชีวิตของตัวเอง ควรจำแต่สิ่งดีๆ ในอดีต ไม่จำเป็นต้องนั่งกระตุ้น "ผมไม่ได้คิดว่าเราจำเป็นต้องมาเจอกันเพื่อหาแสง เรามีแสงอยู่ในตัวอยู่แล้ว ก็อยู่กันไปแบบนั้นแหละ สบายๆ"



