เปิดประวัติ โน้ส อุดม จากนักเขียนการ์ตูน สู่ตำนานเดี่ยวไมโครโฟน
เปิดประวัติ โน้ส อุดม จากนักเขียนการ์ตูน สู่ตำนานเดี่ยวไมโครโฟน

กลายเป็นกระแสฮอตในเวลานี้ เมื่อนักแสดงตลกชื่อดัง โน้ส อุดม แต้พานิช เจ้าของตำนานเดี่ยวไมโครโฟน เปิดเผยถึงเรื่องที่ถูกคนโกงจนหมดตัว ทำให้ต้องกลับมาจัดการแสดงสด “เดี่ยว 16” เพื่อปลดหนี้ รวมทั้งเปิดใจถึงความสัมพันธ์กับ โย อรุณี ขวัญยืน เจ้าของร้านอาหาร Studiyo Bar ที่ถูกจับคู่จิ้น จนแฟนๆ ต่างเชียร์ให้เป็นคู่จริง ไทยรัฐบันเทิงจะพาย้อนประวัติชีวิตของหนุ่มคนนี้ตั้งแต่เริ่มต้น

ชีวิตในวัยเด็กและการศึกษา

โน้ส อุดม แต้พานิช มีชื่อเล่นว่า “อู๊ด” แต่เป็นที่รู้จักในชื่อ “โน้ส” เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2511 ที่ตำบลคลองพลู อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เป็นบุตรของคุณแม่ทองสุข อารีล้น และคุณพ่อสมจิต แต้พานิช มีพี่น้อง 3 คน โดยโน้สเป็นลูกคนกลาง

ด้านการศึกษา โน้สจบระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนวัดศาลาลอย เทศบาล 2 (ปัจจุบันคือโรงเรียนเทศบาล 2 (วิภัชศึกษา) จังหวัดสุรินทร์) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนสุรวิทยาคาร จังหวัดสุรินทร์ และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี ก่อนจะหนีออกจากบ้านมาอยู่กับญาติที่เปิดร้านขายผลไม้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

โน้สเคยเรียนศิลปะที่วิทยาลัยเพาะช่าง แต่เรียนได้เพียง 2 ปีก็ต้องออกจากวิทยาลัยเพราะไม่มีเงินเรียนต่อ

จุดเริ่มต้นในวงการ: นักเขียนการ์ตูน

โน้สเริ่มทำงานแรกด้วยการเป็นนักเขียนการ์ตูนในนิตยสารชัยพฤกษ์การ์ตูน ของไทยวัฒนาพานิช โดยใช้นามปากกาว่า ‘Note Namun’ (โน้ต หน้ามึน) ได้ค่าจ้าง 150 บาทต่อการ์ตูน 2 ช่อง ก่อนจะไปสมัครเป็นพนักงานฝ่ายศิลป์ของนิตยสารไปยาลใหญ่ ทำหน้าที่ออกแบบและจัดทำภาพปกและภาพประกอบต่างๆ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

จากนั้นโน้สมีงานเขียนเรื่องแรก “ครั้งหนึ่งในชีวิตกับแตงโมปั่น” กับทางนิตยสารไปยาลใหญ่ หลังจากตีพิมพ์ โน้สเริ่มรับผิดชอบคอลัมน์ต่างๆ ในไปยาลใหญ่ ใช้นามปากกาว่า “โน้ตหน้ามึน หลานเจ๊นี้ขายผลไม้” ควบคู่กับตำแหน่งฝ่ายศิลป์ของหนังสือ รวมถึงเขียนคอลัมน์ ‘สารภีมีดีให้’ และเกมกวนๆ ในคอลัมน์นั้น ก่อนที่นิตยสารไปยาลใหญ่จะปิดตัวลง

ก้าวสู่เส้นทางบันเทิง

เส้นทางในวงการบันเทิงของโน้สเริ่มต้นจากการเป็นตัวประกอบในรายการ “วิก 07” ของเจเอสแอล และต่อมาได้แสดงเป็นตัวปริศนาในภาพ VTR กับ ศุภกร อุดมชัย หรือ “หมี ปลื้ม” ที่ใช้ชื่อว่า “ปริศนา อ้วน-ผอม” ในรายการชิงร้อยชิงล้าน ทางช่อง 7 ช่วงปี 2533 และเล่นเกมในรายการ “จุดเดือด”

ทางผู้ใหญ่ในเจเอสแอลประทับใจลีลาของโน้ส จึงชักชวนมาร่วมงานในรายการ “ยุทธการขยับเหงือก” ในปี 2534 ซึ่งเป็นรายการตลกที่มีความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของช่อง 5 ในขณะนั้น ทำให้โน้สแจ้งเกิดในวงการบันเทิงอย่างเต็มตัวในชื่อ “เสนาฯ โน้ต” นอกจากนี้ยังเคยทำละครเวที สามอันฮ่า ร่วมกับ เปิ้ล นาคร อีกด้วย

ตำนานเดี่ยวไมโครโฟน

หลังจากร่วมเป็นพิธีกรรายการยุทธการขยับเหงือกได้ประมาณ 4 ปี โน้สก็แยกตัวมาจัดเดี่ยวไมโครโฟนครั้งแรกเมื่อวันที่ 23–25 สิงหาคม 2538 ที่หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต อาคารเมืองไทย-ภัทร คอมเพล็กซ์ การแสดงครั้งนั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก และกลายเป็นซิกเนเจอร์ประจำตัวของโน้ส จากกระแสความนิยมจากแฟนๆ ทำให้โน้สยังคงจัดการแสดงสดเดี่ยวไมโครโฟนมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ผลงานภาพยนตร์และดนตรี

นอกจากงานแสดงเดี่ยว โน้สยังมีผลงานภาพยนตร์หลายเรื่อง อาทิ ขอชื่อ สุธี สามสี่ชาติ (2532), โตแล้วต้องโต๋ (2535), กล่อง (2541), โคตรรักเอ็งเลย (2549), เมล์นรก หมวยยกล้อ (2550), อีติ๋มตายแน่ (2551), แอบถ่าย เดี่ยว 7 (2551), ฝันโคตรโคตร (2552), และ 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว (2561)

ในปี 2562 โน้สเป็นศิลปินในนามวง ดีทีเคบอยแบนด์ (DTK BOY BAND) ซึ่งเป็นการรวมวงเฉพาะกิจกับ ก้อง ห้วยไร่ และ สิงโต นำโชค มีเพลงต่างๆ อาทิ ลองรัก (2562), ลองรวย (2562), รองช้ำ (2563), คืนกูสา (ลองทวง) (2564), ลองโจ๊ะ (2567), ฟูยัก (2568), และ มาอย่างเสือ ft.ใหม่ พัชรี (2569)

งานเขียนหนังสือ

โน้ส อุดม ยังมีผลงานเขียนหนังสือมากมาย อาทิ โทษฐานที่รู้จักกัน, เดี่ยวไมโครโฟน 1, หนังสือโป๊, เดี่ยวไมโครโฟนโชว์ห่วย, โน้ตบุ๊ค, รวมมิตรแต้พานิช, ก้นกล่อง, เดี่ยว 4, GU 1 (Garbage of Udom), GU 2 (Garbage of Udom), GU 3 (Garbage of Udom), GU 123 (Garbage of Udom), ฉายเดี่ยว, I don’t know, a dom นิตยสารแนวล้อเลียน, ตูดหมึก GU 123 (ฉบับญี่ปุ่น), a dom 2, Domcumentary, และ ดมได (2011)