ป๊ายปาย โอริโอ้ ยิ้มรับมรสุม ลุยซ้อมแข่งรถหวังขึ้นโพเดียมปีนี้
ป๊ายปาย โอริโอ้ ยิ้มรับมรสุม ลุยซ้อมแข่งรถหวังขึ้นโพเดียม

ป๊ายปาย โอริโอ้ ออกมาเปิดใจถึงชีวิตที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งงานในวงการบันเทิง ธุรกิจส่วนตัว และการแข่งขันรถยนต์ ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าเขาจะหันหลังให้วงการ แต่เขายืนยันว่ายังคงรับงานอีเวนต์และมีผลงานเพลงใกล้จะปล่อยแล้ว

ยังไม่ทิ้งวงการบันเทิง รับงานประปราย

ป๊ายปายเผยว่า "ก็ยังมีการแข่งขันรถอยู่ครับ แล้วก็มีงานอีเวนต์นิดหน่อย" เมื่อถูกถามว่าทุกคนนึกว่าจะหันหลังให้วงการบันเทิง เขาตอบว่า "ก็ยังมีงานอีเวนต์อยู่ รับอยู่ประปรายครับ ที่สำคัญก็ไปดูเจิดแคมป์ปิ้ง"

ธุรกิจหลากหลาย แบ่งเวลาอย่างไร

เจ้าตัวเล่าถึงกิจการที่ทำอยู่ "ตอนนี้มีลานกางเต็นท์ครับ มีผลิตภัณฑ์ด้วย แล้วก็มีร้านน้ำ 2 สาขา แล้วก็มีงานอีเวนต์ งานเพลงก็ยังมีอยู่ครับ เพลงกำลังใกล้จะปล่อยแล้วก็ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ทีละอย่าง แบ่งเวลาเอา" เขายังเผยถึงตารางชีวิต "เวลาทำงานก็ทำประมาณ 2-4 ชั่วโมง ที่เหลือก็พักผ่อน"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เป้าหมายปีนี้ ขึ้นโพเดียมแข่งรถ

ป๊ายปายตั้งเป้าหมายในเส้นทางนักแข่งรถว่า "ปีนี้อยากขึ้นโพเดียมครับ" แต่ยอมรับว่าตอนนี้ "เกือบท้ายสุด" เมื่อถามว่าขยับขึ้นบ้างไหม "มันก็ยังอยู่ที่เดิม มันยังไม่ขึ้นไปไหนครับ" เขาบอกถึงการเตรียมตัว "ฝึกซ้อมเต็มที่มากขึ้น ทำการบ้านเยอะมากขึ้น ออกกำลังกายด้วยนิดหน่อย"

แฟนๆ ห่วง แต่ตัวเขามองเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ

ป๊ายปายเล่าว่าแฟนๆ เคยห่วงมาก แต่ตอนนี้ "มีแข่งรถที่ไหนอยากให้ผมไปอยู่ตรงนั้น เราจะได้ขึ้นไปข้างหน้าได้รวดเร็วครับ" เขาเผยทริกใหม่ๆ ในการแข่ง "ถ้ารถชนกันข้างหน้าใจเราจะออกแล้ว แต่เบรกหน่อย แต่มันสามารถซิกแซ็กขึ้นไปข้างหน้าได้" เขาอยู่กับนักแข่งปีที่สามแล้ว "ได้รางวัลมาหนึ่งรางวัลเอง"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อุบัติเหตุบนเส้นทาง ไม่ทำให้ถอดใจ

เมื่อถามถึงอุบัติเหตุ "ก็เจอครับแต่ไม่ได้ร่างกาย แค่รถชนเฉี่ยวเป็นเรื่องธรรมดา" เขามองว่า "ไม่ ถือเป็นอีกบันไดขั้นหนึ่ง ก้าวข้ามความกลัวไปด้วยความกล้า" เขาเล่าเหตุการณ์ที่เชียงใหม่ "ยางหลุดออกจากแม็กแล้ว แต่ผมก็ขับไปด้วยความตื้ดๆ ทุกคนก็ชี้มาที่ล้อรถว่ามันจะไม่ไหวแล้ว แต่จังหวะนั้นคืออยากเข้าเส้นชัย มันจะได้เก็บคะแนนได้ แต่เข้าเส้นชัยก็อยู่ท้ายๆ ครับ"

ความรู้สึกหลังพวงมาลัย และการควบคุมสติ

ป๊ายปายบอกว่าเวลาอยู่ในรถ "ก็กลัวบ้าง แต่ก็เหยียบไปตลอด พออยู่หลังพวงมาลัยแล้วรู้สึกว่าไปข้างหน้าสิ ไปดิ" ส่วนการแก้ไขสถานการณ์ไม่คาดฝัน "ใช้ความรู้สึกส่วนตัวเลย บางทีเราตรงไปข้างหน้าเรารถชนกัน เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ารถจะหันหัวไปทางไหน ก็จับสังเกตเอา ก็หักหลบเอาใช้ไหวพริบนิดหน่อย" รุ่นพี่สอนเทคนิค "ก็มีสอนให้ใช้สติเยอะๆ เพราะต้องคุมสติตัวเองให้ได้ แล้วจะทำให้เราโฟกัสได้ถูกจุด" เขาเสริมว่าการแข่งรถไม่ใช่แค่สนุกแต่ความเร็ว "ให้เยอะให้เราฝึกฝน ให้เราคุมสติ"

การเปลี่ยนแปลงของตัวเอง

ป๊ายปายยอมรับว่าเปลี่ยนตัวเองมาก "รู้สึกว่าถ้าเวลาโฟกัสอะไรสักอย่างรู้สึกมีพลังและพุ่งตรงไปข้างหน้า แต่หลังพวงมาลัยก็จะนิ่งอยู่ และรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปในบอดี้ของเรา รู้สึกนิ่งมากขึ้น" แต่เมื่อออกจากพวงมาลัย "เป็นบ้าเลยครับ ลองดูก็ได้ครับมีคลิป"

อนาคตในวงการบันเทิงยังเปิดรับ

เมื่อถามถึงงานซีรีส์ "ก็ไม่ปิด พร้อมที่จะเรียนรู้ครับ ถ้ามีผู้ใหญ่ใจดีให้โอกาสก็พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง แต่ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างซ้อมคอนเสิร์ต และโฟกัสธุรกิจมากขึ้น" เขาเผยว่าทุกอย่างคือประสบการณ์ที่ทำให้เติบโต "บางครั้งก็เป็นบทหนึ่งที่ทำให้เราเติบโต ก็ยิ้มรับมัน เป็นแบบนี้ตั้งแต่เริ่มอยู่แล้ว มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่แค่อยากโฟกัสอะไรบางอย่างไปเรื่อยๆ" และยืนยันว่ายังเปิดรับงานแสดง "ยังเปิดรับอยู่"