ก้อย รัชวิน น้ำตาซึม เปิดปมในใจที่เคยคุยกับ ตูน บอดี้สแลม แค่สองคน
ก้อย รัชวิน น้ำตาซึม เปิดปมในใจที่เคยคุยกับ ตูน บอดี้สแลม

ก้อย รัชวิน ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เมื่อถูก จ๋า ยศสินี ถามถึงความรู้สึกที่ต้องเสียสละตัวตนเพื่อครอบครัว ในรายการ มั่วบ้านงาน EP1 ที่เดินทางไปเยี่ยมถึงจังหวัดภูเก็ต

ถูกถามถึงชีวิตที่ต้องแลก

จ๋า ยศสินี พิธีกรรายการ กล่าวกับ ก้อย ว่า "วันนี้เรามีชีวิตครอบครัวที่น่ารัก อบอุ่น มีสามีที่น่ารัก มีลูกที่น่ารัก ซึ่งพี่เชื่อว่าให้แลกกับอะไร ก้อยก็ไม่แลกเด็ดขาด แต่พูดถึงผู้หญิงที่เลือกที่จะเป็นแม่ และไม่ใช่แค่เป็นแม่ธรรมดา เป็นแม่ที่มีลูก 2 คน และย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในที่ที่เราไม่มีครอบครัว ไม่มีเพื่อนฝูงทั้งหมดเลย มันมีบางอย่างที่เราต้องทิ้งไป หรือเราต้องแอบเก็บไว้ถูกป่ะ เพราะก้อยทำงานมาตลอดชีวิต มันมีอะไรตรงนี้ที่เรารู้สึกว่าแบบ คิดถึงก้อยคนนั้นไหม?"

ด้าน ก้อย ถึงกับถามกลับทันทีว่า "ทำไมถึงถามก้อยแบบนั้น" ซึ่ง จ๋า ตอบว่า เพราะมองเห็นว่าอาชีพแม่ยิ่งใหญ่แต่เสียสละมาก ในขณะเดียวกันเชื่อว่ามีบางอย่างที่เราอาจจะคิดถึงก้อย รัชวิน คนเดิม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เปิดปมที่เคยปรึกษา ตูน บอดี้สแลม แค่สองคน

ก้อย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เธอเคยพูดกับสามี ตูน บอดี้สแลม เพียงแค่สองคนเท่านั้น "พี่ตูน เขาเข้าใจทุกอย่าง แต่เขาไม่ได้มีคำตอบอะไรให้เรา เขาแค่อยู่รับฟังเรามันก็เพียงพอแล้ว"

ก้อย เล่าถึงความรู้สึกว่า "ตอนแรกมันก็ไม่รู้สึกหรอกเพราะว่าเราอยู่กับลูกเนาะ แบบ 100% ไง เรามีลูกแบบ day 1 ที่เป็นแม่ คลอดลูกออกมาเลี้ยงลูก มันก็คือโลกทั้งใบเราคือลูก มันไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นสักเท่าไหร่"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เมื่อลูกโตขึ้น แม่เริ่มมีเวลาให้ตัวเอง

เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น คนโตอายุ 4 ขวบ คนเล็ก 2 ขวบ เริ่มช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง ก้อยเริ่มมีเวลาว่าง "เวลาของก้อยคือ ก้อยไปส่งน้องทะเลที่โรงเรียน แล้วข้างๆ โรงเรียนคือยิม คือสปอร์ตคอมเพล็กซ์ที่เรามาวิ่งกันตั้งแต่สมัยเราบ้าวิ่งอ่ะ"

ทุกวันนี้หลังจากส่งลูก ก้อยก็ไปวิ่งออกกำลังกาย โดยไม่ได้ถ่ายคอนเทนต์ เพราะอยู่ภูเก็ตไม่มีตากล้อง ไม่ได้แต่งหน้า ไม่มีเพื่อนที่คอยถ่ายรูปให้ "คนก็เลยจะไม่เห็นภาพนั้น"

ความรู้สึกสูญเสียตัวตน

ก้อย เล่าว่า ทุกครั้งที่เปิดมือถือดูแล้วเห็นภาพตอนที่เคยวิ่งกับเพื่อนๆ รู้สึกปะทะเข้ามาว่า "เฮ้ย เราเคยอยู่ตรงนั้นว่ะ ตรงนั้นเราเคยไปวิ่งแบบนี้เลย แล้วเราเคยมีกลุ่มเพื่อนที่ไปวิ่งกับเรา มันรู้สึกว่าเราเคยอยู่ตรงนั้น แล้วเคยเป็นคนที่ได้แชร์พลังงานนี้ให้คนอื่น"

"แล้วก้อยก็รู้สึกว่าเหมือนบางอย่างมันหายไป คือ Self-esteem (ความภาคภูมิใจในตัวเอง) บางอย่าง คุณค่าในตัวเรามันหายไปนิดหนึ่ง"

พบคำตอบในครอบครัว

ก้อย กล่าวว่า คืนหนึ่งหลังจากนอนพร้อมลูกแล้วมองหน้าเขา ก็ได้คำตอบว่า "อ๋อ เนี่ย คือสิ่งสำคัญ นี่คือสิ่งที่จะทำให้เรามีคุณค่า คือคนที่อยู่ตรงหน้าเรา ไม่ใช่คนอื่น ไม่ใช่คนในโลกโซเชียล ไม่ใช่คนที่ก้อยเคยไปอยู่ตรงนั้น แล้วรู้สึกว่าฉันให้พลังคนเยอะแยะมากมาย มันแค่คนนี้แล้ว มันแค่คน 2 คน 3 คน ในครอบครัวเราแค่นี้แล้ว พอคิดได้ก็โอเค สบายใจ"

ก้อย ยังเผยถึงความฝันว่า "ก้อยก็ยังมีความฝันอยู่ว่า วันหนึ่งจะกลับไปวิ่งมาราธอนแล้วมีลูกมาเชียร์ ก็แค่เก็บความฝันนั้นไว้แล้ววางมันไว้ ณ วันนี้เราทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุด ในกระบวนการเป็นแม่ ก้อยเพิ่งเป็นมาแค่ 4 ปีเอง ก็ยังต้องเรียนรู้ มีวันที่ดี วันที่ไม่เป็นดั่งใจ เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง คนเป็นแม่ต้องเติบโตไปพร้อมกับลูก ลูกคือครูเลยค่ะ"