เปิดประวัติ 'โอม Cocktail' จากนักร้องนำสู่ผู้บริหาร GeneLab ก่อนประกาศยุติบทบาทสะเทือนวงการ
โอม Cocktail เปิดประวัติ ก่อนยุติบทบาทผู้บริหาร GeneLab

เปิดประวัติชีวิต 'โอม Cocktail' จากนักร้องนำสู่ผู้บริหาร ก่อนประกาศยุติบทบาทสะเทือนวงการ

โอม ปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ โอม Cocktail อดีตนักร้องนำวงร็อกชื่อดัง 'ค็อกเทล' (Cocktail) ซึ่งปัจจุบันได้ยุบวงไปแล้ว เขาคือศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานดนตรีที่ตราตรึงใจผู้ฟังทั่วไทย ทั้งในด้านการร้องและถ้อยคำภาษาที่ใช้ประพันธ์บทเพลง ความสามารถรอบด้านนี้ได้ส่งผลให้เขาเติบโตเป็นศิลปินแนวหน้าของวงการและประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่เส้นทางสู่จุดสูงสุดนั้นกลับเต็มไปด้วยจุดพลิกผันและความท้าทายมากมาย

ประวัติครอบครัวและการศึกษา

โอม เกิดเมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2528 ที่กรุงเทพมหานคร เขาเป็นลูกชายของ พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กับ รศ.ปิยานันท์ ประสารราชกิจ อาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้เขายังมีศักดิ์เป็นหลานของ อนันต์ กรุแก้ว อดีตอธิการบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา และเป็นเหลนของพระยาผดุงวิทยาเสริม (กำจัด พลางกูร)

ด้านการศึกษา โอมจบการศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลจุไรรัตน์ ต่อมาได้เข้าศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นเข้าศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และในระดับปริญญาตรี เขาได้รับรัฐศาสตรบัณฑิตจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง และนิติศาสตรบัณฑิตจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขากฎหมายมหาชน ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 อีกทั้งยังศึกษาระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในสาขานิติปรัชญาและประวัติศาสตร์กฎหมาย รวมถึงเคยเป็นอาจารย์ผู้ช่วยเกี่ยวกับกฎหมายอีกด้วย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ชีวิตส่วนตัวและจุดพลิกผัน

โอมได้แต่งงานกับ เพ็ญ นันท์นภัส ลีลาภิรมย์ และมีลูกด้วยกัน 2 คน คือ น้องเวฬาและน้องภีมะ ก่อนที่จะก้าวสู่ความสำเร็จในวงการดนตรี ชีวิตของเขาเคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาไม่น้อย เนื่องจากแรงกดดันจากครอบครัวที่ทุกคนล้วนประสบความสำเร็จสูง เช่น พ่อจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจและเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลจนถึงปริญญาเอก แม่เป็นนักเรียนเกียรตินิยมเหรียญทองอันดับ 1 น้องสาวคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ตาเป็นสถาปนิกที่ได้รับการยอมรับและเป็นอธิการบดี ส่วนยายเป็นคนไทยคนแรกที่คิดยารักษาโรคมาลาเรีย

แรงกดดันเหล่านี้ทำให้โอมรู้สึกอึดอัดและต้องการหลุดพ้นจากกรอบ เขาจึงใช้ชีวิตแบบสุดขั้ว ทำตัวเกเร มีปัญหาในการเข้ากับสังคม สูบบุหรี่และดื่มเหล้าหนัก จนประสบอุบัติเหตุรถชนอย่างรุนแรงและเกือบถูกให้ออกจากมหาวิทยาลัย ส่งผลให้ครอบครัวผิดหวังอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เขาได้หันกลับมามองตัวเองใหม่ ตั้งใจเรียนจนคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 และยังเป็นอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัย

เส้นทางดนตรีและความสำเร็จ

โอมเริ่มทำงานด้านดนตรีจากการรวมกลุ่มวงดนตรีขณะยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โดยในปี พ.ศ. 2545 นับเป็นจุดเริ่มต้นของวง Cocktail ซึ่งมีผลงานออกมาทั้งหมด 9 อัลบั้ม 3 อีพี รวมมากกว่า 100 เพลง ตลอดการเดินทางกว่า 23 ปี วงได้ตัดสินใจประกาศยุบวง พร้อมจัดคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งสุดท้ายชื่อ 'ค็อกเทล เอเวอร์ ไลฟ์' ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน และทัวร์ส่งท้าย 77 จังหวัดทั่วประเทศเป็นเวลานาน 8 เดือน ก่อนปิดท้ายคอนเสิร์ตที่กรุงเทพมหานคร ณ สนามกีฬาเทพหัสดิน ในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568

บทบาทผู้บริหารค่าย GeneLab

นอกจากการเป็นศิลปินแล้ว โอมยังได้นั่งแท่นผู้บริหารค่าย GeneLab ซึ่งเป็นค่ายเพลงในเครือ GMM Music ที่เน้นดนตรีทางเลือกและร็อก เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินรุ่นใหม่ เขาทำหน้าที่บริหารด้วยความเข้าใจศิลปิน เลิกแนวคิด 'อาบน้ำร้อนมาก่อน' แต่เน้นทำงานร่วมกันและเสนอแนะเพื่อนำเสนอผลงานสู่ผู้ฟัง ปัจจุบัน GeneLab ภายใต้การบริหารของโอมกลายเป็นค่ายเพลงที่มีศิลปินตัวท็อปมากมาย เช่น Three Man Down, TaitosmitH, Tilly Birds, The Darkest Romance, Only Monday, ASIA7, Hard Boy, ADORA, Famoso, Par-T, ก้อง ห้วยไร่, Jigsaw Story, กอกี้ กวิสรา, QEETHA, fit aroon, M DAOSAI, AYEJAY, Dena Euprasert และ ossey

การประกาศยุติบทบาทและผลสะเทือน

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569 โอม ปัณฑพลได้ออกมาโพสต์ข้อความประกาศยุติบทบาทผู้บริหารค่าย GeneLab โดยยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้ง แต่เป็นการจบภารกิจและต้องการทำตามเป้าหมายส่วนตัว พร้อมทิ้งรากฐานค่ายให้ศิลปินสามารถดูแลตัวเองและทำงานต่อได้ การลาออกของโอมทำให้ศิลปินในค่ายต่างสะเทือนใจไม่น้อย ด้านศิลปินอย่าง จ๋าย ไททศมิตร, กิต Three Man Down, และ ก้อง ห้วยไร่ ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องนี้ โดยต่างบอกว่าทราบเรื่องมาก่อนและไม่คิดว่าจะออกมาในรูปแบบนี้ รู้สึกเสียใจแต่เข้าใจและยินดีกับเส้นทางที่เลือก ทั้งนี้ยังอยากฟังเหตุผลจากทางต้นสังกัดอย่าง GMM Music ด้วยเช่นกัน