บริษัท บิ๊กทู จำกัด ประกาศเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากถึง 70% ของพนักงานทั้งหมด หลังจากประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ โดยการตัดสินใจครั้งนี้มีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป
สาเหตุการเลิกจ้างครั้งใหญ่
นายสมชาย ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กทู จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยรายได้ลดลงถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรได้อีกต่อไป
“เราจำเป็นต้องปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ การเลิกจ้างพนักงานเป็นทางเลือกที่ยากที่สุด แต่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” นายสมชายกล่าว
รายละเอียดการเลิกจ้าง
พนักงานที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน รวมถึงเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและสวัสดิการอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด บริษัทจะจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาด้านอาชีพแก่พนักงานที่ถูกเลิกจ้าง เพื่อช่วยเหลือในการหางานใหม่
พนักงานที่เหลืออยู่ประมาณ 30% จะต้องรับผิดชอบงานที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทจะมีการปรับเงินเดือนและสวัสดิการให้เหมาะสมกับภาระงานที่เปลี่ยนไป
ผลกระทบต่อธุรกิจและพนักงาน
การเลิกจ้างครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อพนักงานจำนวนหลายร้อยคน ซึ่งหลายคนทำงานกับบริษัทมานานกว่า 10 ปี นางสาวสมหญิง รักงาน พนักงานฝ่ายบัญชีที่ถูกเลิกจ้าง กล่าวว่า “รู้สึกช็อกและเสียใจมาก เพราะที่นี่คือที่ทำงานแห่งแรกและแห่งเดียวของฉัน แต่อย่างน้อยบริษัทก็ให้ค่าชดเชยที่เหมาะสม”
ด้านนายสมชายยืนยันว่าบริษัทจะยังคงดำเนินธุรกิจต่อไป โดยจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในทุกด้าน พร้อมทั้งปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
แนวโน้มของธุรกิจในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมองว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นสัญญาณของวิกฤตในภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย การเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม นายสมชายเชื่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้ และพร้อมกลับมาเติบโตอีกครั้งเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว



