เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังจากที่แฟนเพลงชาวไทยจำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจผ่านแฮชแท็ก #BanBTS ซึ่งกลายเป็นเทรนด์อันดับหนึ่งอย่างรวดเร็ว สืบเนื่องจากความผิดพลาดในการจัดการทัวร์คอนเสิร์ตของวงบีทีเอส (BTS) ศิลปินเกาหลีชื่อดังระดับโลก
ปัญหาหนักจากระบบจำหน่ายบัตร
แฟนเพลงหลายรายออกมาแชร์ประสบการณ์สุดหงุดหงิดเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาระบบจองตั๋วออนไลน์ที่ล่มบ่อยครั้ง ไม่สามารถทำรายการสำเร็จได้ แม้จะพยายามกดจองเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าราคาบัตรที่ประกาศออกมานั้นสูงเกินจริง เมื่อเทียบกับทัวร์คอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกอื่นๆ ที่เคยมาจัดในประเทศไทย
ราคาบัตรที่แพงลิบลิ่ว
ราคาบัตรคอนเสิร์ตบีทีเอสในครั้งนี้ถูกตั้งไว้สูงถึงหลายหมื่นบาท ซึ่งสูงกว่าคอนเสิร์ตของศิลปินต่างชาติรายอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ทำให้แฟนเพลงจำนวนมากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และมองว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค
การตอบสนองของผู้จัด
ผู้จัดงานได้ออกมาชี้แจงถึงปัญหาเบื้องต้น โดยอ้างถึงความต้องการที่สูงเกินคาดและข้อจำกัดทางเทคนิค แต่คำชี้แจงดังกล่าวกลับไม่สามารถลดทอนความโกรธเคืองของแฟนเพลงลงได้ กลับยิ่งทำให้กระแส #BanBTS รุนแรงมากขึ้น
ผลกระทบต่อภาพลักษณ์
เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของทั้งวงบีทีเอสและผู้จัดงานในประเทศไทยอย่างรุนแรง แฟนเพลงบางส่วนถึงกับประกาศยกเลิกการติดตามและเรียกร้องให้บอยคอตกิจกรรมของวงในอนาคต
ขณะที่แฟนเพลงอีกกลุ่มหนึ่งยังคงหวังว่าทางผู้จัดจะสามารถแก้ไขปัญหาและหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับทุกฝ่าย เพื่อให้คอนเสิร์ตที่ทุกคนรอคอยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น



