เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ แม่ทัพการทูตแฟชั่นไทยใน State Visit ฝรั่งเศส
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ แม่ทัพการทูตแฟชั่นไทยในฝรั่งเศส

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยผ่านแฟชั่นบนเวทีการทูตระหว่างประเทศ ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ (State Visit) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตามคำทูลเชิญของประธานาธิบดีเอมานูว์แอล มาครง เนื่องในโอกาสครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน ถึง 2 กรกฎาคม 2569

การเสด็จฯ เยือนฝรั่งเศสครั้งประวัติศาสตร์

การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้นับเป็นการเสด็จเยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการวาระที่สามของพระมหากษัตริย์ไทย ครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพุทธศักราช 2440 และครั้งที่สองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อพุทธศักราช 2503 การเยือนครั้งที่สามนี้เกิดขึ้นในรอบ 340 ปี นับแต่เริ่มมีการติดต่อสัมพันธ์กับฝรั่งเศส เมื่อพุทธศักราช 2228

พิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการจัดขึ้น ณ อนุสรณ์สถานโอแตล เด แซ็งวาลิด กรุงปารีส โดยมีประธานาธิบดีมาครงและภริยา ตลอดจนสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ และเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส เฝ้าฯรับเสด็จ ในช่วงค่ามีการถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบประธานาธิบดี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นิทรรศการ "ราชพัสตราสู่สากล" จุดเด่นของการเยือน

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการเสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ "ราชพัสตราสู่สากล" (La Mode en Majesté : Haute couture et tradition à la cour de Thaïlande) ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง (Musée des Arts Décoratifs : MAD) ในกรุงปารีส ซึ่งจัดขึ้นตามคำกราบบังคมทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ผู้ทรงอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนิทรรศการประวัติศาสตร์นี้ ระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงกราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับนิทรรศการ ขณะที่นายเบเนดิกต์ กาดี ผู้อำนวยการใหญ่พิพิธภัณฑ์ MAD กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างฝรั่งเศสกับไทย จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรทั้ง 7 ห้องจัดแสดงหลัก ได้แก่

  • ห้อง "ปฐมบทแห่ง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส" เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ผ่านเครื่องแต่งกาย
  • ห้อง "ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ" จัดแสดงฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
  • ห้อง "ราชพัสตรา คุณค่าแห่งงานหัตถศิลป์" นำเสนองานหัตถศิลป์ไทย อาทิ กระเป๋า พัดเขียนลาย และเครื่องเบญจรงค์
  • ห้อง "ฉลองพระองค์ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยห้องเสื้อบัลแมงและสถาบันงานปักชั้นสูงเลอซาจ" จัดแสดงกระบวนการทรงงานร่วมกับห้องเสื้อฝรั่งเศส
  • ห้อง "ผ้ายกและผ้าทอพื้นถิ่น" สะท้อนภูมิปัญญาการทอผ้าจากภูมิภาคต่างๆ
  • ห้อง "ผ้าไหมมัดหมี่ในงานแฟชั่นชั้นสูง" เผยการนำผ้าไทยสู่แฟชั่นชั้นสูงฝรั่งเศส
  • ห้อง "ศิลปะการปักจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI" พร้อมผลงานจากดีไซเนอร์ไทยร่วมสมัย

แรงบันดาลใจจากสมเด็จย่า สู่การทูตแฟชั่น

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของนิทรรศการว่า "โปรเจกต์นี้ทำกันมาปีกว่าๆแล้ว ตอนที่ท่านหญิงได้ยินว่าสถานทูตไทยในปารีสต้องเตรียมงานฉลองครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและฝรั่งเศส ก็พอมีไอเดียในใจบ้างว่าน่าจะทำในแง่มุมไหน เพราะท่านหญิงเองก็เคยเรียนที่นี่ ทำงานที่นี่ มีเพื่อนที่นี่ ก็คุ้นเคยวิถีชีวิตและรสนิยมของคนฝรั่งเศสอยู่ ก็เลยปรึกษากับทีมงานว่า น่าจะทำอะไรที่เกี่ยวกับแฟชั่น และศิลปวัฒนธรรมของไทยนี่แหละ แต่ต้องทำออกมาในรูปแบบที่คนทั่วโลกต้องทึ่ง ต้องตะลึงกับมรดกทางแฟชั่น, งานหัตถศิลป์ และอัตลักษณ์ของความเป็นไทยที่ไร้กาลเวลา ก็เลยทำให้ท่านหญิงนึกถึงฉลองพระองค์บัลแมง ที่ประดับงานปักเลอซาจของสมเด็จย่าตั้งแต่ในยุค 60s ที่ทรงเคียงข้างเสด็จปู่ เมื่อครั้งเสด็จเยือนทั้งสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆในยุโรป ไล่มาจนถึงช่วงหลัง จึงเป็นที่มาของการทำนิทรรศการนี้"

เบื้องหลังความมุ่งมั่นทุ่มเทนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ทรงได้รับแรงใจสำคัญจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อธำรงรักษางานหัตถศิลป์ไทย

สนับสนุนชุดไทยพระราชนิยมขึ้นทะเบียน UNESCO

นิทรรศการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการเสนอขึ้นทะเบียนชุดไทยพระราชนิยมต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในฐานะตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ประจำปี 2569 สะท้อนถึงคุณค่า ความงดงาม และการสืบทอดมรดกหัตถศิลป์ไทยสู่สากล

พระสิริโฉมสื่ออัตลักษณ์ไทยบนเวทีโลก

ตลอดการตามเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงปรากฏพระองค์ในฉลองพระองค์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทย ตั้งแต่ฉลองพระองค์ที่ได้แรงบันดาลพระทัยจากปิแอร์ บัลแมง ซึ่งเคยออกแบบถวายสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ชุดไทยพระราชนิยมอย่างชุดไทยอมรินทร์และชุดไทยดุสิต รวมถึงผ้าไหมจก ผ้ายก และผ้าไหมมัดหมี่ที่ถูกตีความใหม่ผ่านซิลูเอตร่วมสมัย ทรงเป็นแม่ทัพการทูตไทยด้านแฟชั่นที่ใช้แฟชั่นเป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการแสดงอัตลักษณ์ไทยสู่สายตาชาวโลก