เล็บพังจากการทำสีเจล ต้องพักหน้าเล็บกี่เดือน? พร้อมวิธีฟื้นฟู
เล็บพังจากสีเจล ต้องพักหน้าเล็บกี่เดือน? วิธีฟื้นฟู

การทำสีเจลหรือทำเล็บเจลเป็นความสุขของสายบิวตี้ที่ช่วยเสริมความมั่นใจ แต่การทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการตะไบหน้าเล็บและการใช้น้ำยาล้างเล็บที่มีสารเคมีรุนแรง ย่อมส่งผลให้หน้าเล็บจริงบางลง เปราะ แตกหักง่าย หรือที่หลายคนเรียกว่าอาการ "เล็บพัง" คำถามที่ตามมาคือ เราควรพักหน้าเล็บนานแค่ไหน เล็บจึงจะกลับมาแข็งแรงดังเดิม?

เล็บพังจากการทำสีเจล ควรพักหน้าเล็บกี่เดือน?

ข้อมูลทางการแพทย์ด้านผิวหนังระบุว่า เล็บมือของมนุษย์งอกใหม่โดยเฉลี่ยประมาณ 3-4 มิลลิเมตรต่อเดือน ซึ่งหมายความว่าการที่เล็บมือจะงอกใหม่จนสุดตั้งแต่โคนจรดปลายเล็บ ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 4-6 เดือน ส่วนเล็บเท้าใช้เวลาประมาณ 12-18 เดือน ดังนั้น ระยะเวลาในการพักหน้าเล็บจึงขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายของหน้าเล็บ ดังนี้

  • ระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง หากรู้สึกว่าหน้าเล็บเริ่มบางลงหรือแห้งกร้าน ควรพักการทำเล็บเจลอย่างน้อย 1-3 เดือน เพื่อให้เล็บส่วนที่เสียหายยาวออกและถูกตัดทิ้งไป
  • ระดับรุนแรง หากเล็บมีอาการฉีกขาดง่าย โค้งงอผิดรูป กดแล้วรู้สึกเจ็บ หรือติดเชื้อ ควรพักหน้าเล็บยาว 4-6 เดือน จนกว่าเล็บชุดใหม่จะงอกขึ้นมาทดแทนจนสมบูรณ์

สัญญาณเตือนว่าหน้าเล็บพัง ต้องรีบพักด่วน

หากคุณทำสีเจลติดต่อกันหลายเดือน และเริ่มมีอาการเหล่านี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าควรหยุดพักทันที

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • หน้าเล็บเป็นเส้นริ้ว ขรุขระ ไม่เรียบเนียน
  • เล็บฉีกขาดหรือหักง่ายแม้ออกแรงเพียงเล็กน้อย
  • สีของหน้าเล็บเปลี่ยนไป เช่น ซีดเหลือง หรือมีรอยช้ำจ้ำเลือดใต้เล็บ
  • รู้สึกแสบหรือเสียวหน้าเล็บเวลาโดนน้ำร้อน สารเคมี หรือแม้แต่ตอนล้างมือ

4 เคล็ดลับฟื้นฟูเล็บพังจากการทำสีเจล ให้กลับมาแข็งแรง

ในช่วงที่กำลังพักหน้าเล็บ เราสามารถเร่งการฟื้นฟูและบำรุงเล็บให้กลับมาสุขภาพดีได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

1. ตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ

เล็บที่บางจากการทำเล็บเจลจะฉีกขาดได้ง่าย การตัดเล็บให้สั้นจะช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรก และป้องกันไม่ให้เล็บไปเกี่ยวสิ่งของจนเกิดแผล

2. ทาออยล์บำรุงเล็บ

หมั่นหยดและนวดออยล์บำรุงบริเวณจมูกเล็บและหน้าเล็บเป็นประจำทุกวัน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความแห้งกร้าน และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณโคนเล็บ

3. ใช้เซรั่มบำรุงเล็บ

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงหน้าเล็บที่มีส่วนผสมของเคราตินหรือวิตามินอี เพื่อช่วยเคลือบและเสริมความแข็งแรงให้เนื้อเล็บที่กำลังงอกใหม่

4. เสริมด้วยอาหารบำรุงเล็บ

รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วย "ไบโอติน" (Biotin) โปรตีน ธาตุเหล็ก และสังกะสี เช่น ไข่ แซลมอน อะโวคาโด ถั่ว และธัญพืชต่างๆ ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญในการสร้างเคราติน ทำให้เล็บและผมแข็งแรงขึ้นจากภายใน

การดูแลสุขภาพเล็บให้สมดุลคือสิ่งสำคัญ

สายบิวตี้ควรจัดสรรเวลาพักหน้าเล็บอย่างน้อย 1-3 เดือน สลับกับการทำเล็บ เพื่อให้หน้าเล็บได้หายใจและฟื้นฟูตัวเอง หากมีวินัยในการบำรุงและหลีกเลี่ยงสารเคมีในช่วงที่พักเล็บ รับรองว่าคุณจะได้หน้าเล็บที่แข็งแรงและพร้อมสำหรับการทำสีเจลในรอบต่อไปอย่างแน่นอน