รมว.ยุติธรรมแถลงจับกุม 'หนูเฉิน' เอเย่นต์ค้ายาข้ามชาติ หลังแสร้งตายหนีไปเกาหลี
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เปิดแถลงข่าวการจับกุมนายฐปนันท์ หรือที่รู้จักในชื่อ "หนูเฉิน" เอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ หลังผู้ต้องหาพยายามหลอกเจ้าหน้าที่ด้วยการแสร้งตายในเมียนมา ก่อนจะหนีไปกบดานที่สาธารณรัฐเกาหลี การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นจากการประสานงานระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาลเกาหลี เพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569
รายละเอียดการจับกุมและประวัติผู้ต้องหา
นายฐปนันท์ หรือ "หนูเฉิน" อายุ 43 ปี เป็นบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีผู้ต้องการตัวมากที่สุดของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และเคยมีชื่อในบัญชีประกาศสืบจับที่มีเงินรางวัลสูงถึง 1 ล้านบาท จากการสืบสวนพบว่า เขาเริ่มเข้าสู่วงจรยาเสพติดจากการเป็นผู้เสพในช่วงปี พ.ศ.2543–2545 ก่อนจะขยับขึ้นมาเป็นผู้ค้ารายย่อยในย่านศรีนครินทร์ และพัฒนาความสัมพันธ์กับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตยาเสพติด โดยทำหน้าที่เป็นตัวการหลักในการนำเข้ายาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย
พฤติการณ์สำคัญ ของผู้ต้องหารายนี้เชื่อมโยงกับคดียาเสพติดรายใหญ่หลายคดี เช่น การเกี่ยวข้องกับการลำเลียงไอซ์น้ำหนัก 1.5 ตันที่จังหวัดตากในปี 2562 และคดีจับกุมยาบ้ากว่า 10.3 ล้านเม็ดที่จังหวัดสมุทรปราการในปี 2560 ในปี 2565 เขาพยายามสร้างสถานการณ์หลอกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกฆาตกรรมและโยนศพทิ้งริมแม่น้ำเมยในรัฐกระเหรี่ยง ประเทศเมียนมา แต่จากการสืบสวนทางลับพบว่าเขายังคงเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) จะสืบทราบว่าเขาเดินทางไปยังเกาหลีและประสานงานกับ ป.ป.ส. เพื่อจับกุมในที่สุด
กระบวนการทางกฎหมายและความร่วมมือระหว่างประเทศ
ผู้ต้องหารายนี้ถูกจับกุมพร้อมพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันตัวบุคคลอย่างละเอียดที่เกาหลี ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจากประเทศไทยจะควบคุมตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีหมายจับจากกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และความผิดฐานฟอกเงิน รวมแล้วมีหมายจับมากกว่า 60 หมาย
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่าปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง พร้อมเดินหน้าขยายผล ยึดทรัพย์ และทำลายโครงข่ายยาเสพติดให้สิ้นซาก นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด



