รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เผยพฤติกรรมผู้ก่อเหตุยิงสงขลา เกี่ยวข้องยาเสพติดตั้งแต่ 13 ปี
รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เผยพฤติกรรมผู้ก่อเหตุยิงสงขลา

รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เผยพฤติกรรมผู้ก่อเหตุยิงสงขลา เกี่ยวข้องยาเสพติดตั้งแต่ 13 ปี

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2569) นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้เปิดเผยกรณีเหตุยิงภายในโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดสงขลา ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยจากการตรวจสอบประวัติผู้ก่อเหตุ ไม่พบข้อมูลว่าขณะก่อเหตุมีการเสพยาเสพติด แต่พบว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดตั้งแต่อายุ 13 ปี

ประวัติการใช้ยาเสพติดและการรักษาทางจิตเวช

ข้อมูลระบุว่า ผู้ก่อเหตุเคยใช้ยาเสพติดหลายชนิด ประกอบด้วย ยาบ้า ไอซ์ กัญชา และพืชกระท่อม ควบคู่กับการเข้ารับการบำบัดรักษาทางจิตเวชในช่วงเวลาเดียวกัน โดยฤทธิ์ของสารเสพติดถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมรุนแรงและก้าวร้าว อีกทั้งยังสะท้อนถึงปัจจัยด้านการดูแลและสภาพแวดล้อมในครอบครัว

ที่ผ่านมา ครอบครัวได้พาผู้ก่อเหตุเข้าสู่กระบวนการบำบัดอย่างต่อเนื่อง ก่อนเกิดเหตุพบว่าผู้ก่อเหตุพยายามใช้เชือกผูกคอตัวเอง แต่ครอบครัวเข้าช่วยเหลือได้ทัน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุ และเตรียมนำตัวเข้ารับการรักษา อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อเหตุปฏิเสธการรักษา และอาศัยจังหวะชิงอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ ก่อนก่อเหตุยิงภายในโรงเรียน เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบปัจจัยเฉพาะหน้าที่อาจเป็นชนวนเพิ่มเติม

ผลการดำเนินงานปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่สงขลา

ขณะเดียวกัน รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามและบำบัดยาเสพติดในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้กว่า 4,000 คดี แบ่งเป็นความผิดร้ายแรง 2,504 คดี คิดเป็นร้อยละ 57 และความผิดไม่ร้ายแรง 1,850 คดี รวมผู้ต้องหา 4,653 คน

ของกลางที่ตรวจยึดได้มากที่สุดคือยาบ้า มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท รองลงมาคือไอซ์ 191 กิโลกรัม และยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทอื่น รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ยืนยันว่า หน่วยงานได้บูรณาการทำงานร่วมกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย เพื่อสนับสนุนการบำบัดผู้เสพยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

หากประชาชนพบผู้เสพที่ประสงค์เข้ารับการบำบัด สามารถแจ้งสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่จะคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของผู้แจ้ง เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและลดปัญหายาเสพติดในพื้นที่

ข้อมูลการรักษาตัวของผู้ก่อเหตุ

  • 13 สิงหาคม 2568: เวลาประมาณ 14.00 น. ถูกส่งตัวเข้ารักษา จากการวินิจฉัยเป็นโรคซึมเศร้าและติดสารเสพติด
  • 14 สิงหาคม 2568: พบอาการเกร็ง สั่นหวาดระแวง และกลัวการพูดถึงประวัติการทำร้ายตัวเอง ประสานนักสังคมสงเคราะห์ พร้อมให้ยา
  • 23 สิงหาคม 2568: ผู้ป่วยทำลายข้าวของ ใช้เศษกระจกจี้คอในห้องจำกัดพฤติกรรม ทีมแพทย์ปรับแผนควบคุมพฤติกรรม และให้ยาควบคุม
  • 25 สิงหาคม 2568: ตรวจเลือดพบภาวะโพแทสเซียมต่ำ
  • 26 สิงหาคม 2568: ประเมินซ้ำพบความเสี่ยงทำร้ายตัวเองสูง และมีอารมณ์ก้าวร้าว
  • 4 พฤศจิกายน 2568: โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา ร่วมกับโรงพยาบาลจิตเวชฯ วางแผนร่วมกับญาติเตรียมความพร้อมส่งผู้ป่วยกลับบ้าน

ข้อมูลสรุปจากแพทย์โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา ที่ทำการรักษา ระบุว่า ผู้ป่วยคนนี้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น Major Depressive Disorder หรือภาวะจิตเวชที่มีอาการซึมเศร้าอย่างรุนแรง และเคยมีประวัติเรื่องของการทำร้ายร่างกายตัวเอง เข้ารับการรักษาที่จิตเวชสงขลา จนอาการดีขึ้น และส่งไปฟื้นฟูที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา 2 ครั้ง

แต่ผู้ป่วยประเภทนี้ การฟื้นฟูโดยกระบวนการชุมชนบำบัดที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา ไม่สามารถฟื้นฟูได้ และเมื่อตรวจสอบกับครอบครัว พบว่า คนไข้ไม่ได้กินยาสม่ำเสมอ จากเรื่องของจิตเวช ประกอบกับคนไข้เอง กลับไปใช้ยาเสพติดประเภทยากระตุ้นประสาท ประเภทยาบ้า จึงมีอาการจิตเวชรุนแรงขึ้น