เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ภาคใต้ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ พร้อมยึดของกลางเป็นยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท โดยการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นในพื้นที่
รายละเอียดการจับกุม
การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 8 ได้ร่วมกันตรวจค้นเป้าหมายตามหมายค้น ณ บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายในบ้านพบผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 35 ปี และนางสาวสมหญิง (นามสมมติ) อายุ 28 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนมากที่ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบปุ๋ยและถุงพลาสติกดำ
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ โดยรับยาบ้ามาจากเครือข่ายในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อนำมาจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีลูกค้าทั้งในจังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี และยะลา
ของกลางที่ยึดได้
- ยาบ้าจำนวน 210,000 เม็ด
- เงินสดจำนวน 500,000 บาท
- รถยนต์ 2 คัน
- โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง
ความเชื่อมโยงของเครือข่าย
เจ้าหน้าที่ระบุว่าเครือข่ายนี้มีเส้นทางการค้ายาเสพติดที่ซับซ้อน โดยมีการใช้รถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสารสาธารณะในการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือมายังภาคใต้ นอกจากนี้ยังมีการใช้บัญชีธนาคารของบุคคลอื่นเพื่อโอนเงินค่าซื้อขาย ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ
พลตำรวจตรี สมชาย (นามสมมติ) ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนขยายผลจากผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้สามารถเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายใหญ่ได้ เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลืออีกหลายราย และคาดว่าจะสามารถจับกุมได้ในเร็วๆ นี้
ผลกระทบต่อชุมชน
การแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด การจับกุมครั้งนี้ช่วยลดปริมาณยาเสพติดในพื้นที่ได้ระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายอำเภอหาดใหญ่ กล่าวว่า ทางอำเภอได้ร่วมมือกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรณรงค์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยมีการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเบาะแสและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด
สำหรับผู้ต้องหาทั้งสองรายถูกแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



