จากกรณีคนร้ายบุกเดี่ยวลักทรัพย์พระเครื่องและสิ่งของมีค่าภายในวัดดังในพื้นที่จังหวัดยะลา เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยคนร้ายปีนกำแพงเข้าไปภายในวัด ก่อนจะงัดหน้าต่างกุฏิเจ้าอาวาสและขโมยพระเครื่องรวมถึงสิ่งของมีค่าอื่นๆ ไป เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับวัดเป็นอย่างมาก
ความคืบหน้าคดี
ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา ได้แถลงผลการสืบสวนคดีดังกล่าว โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วจำนวน 2 ราย พร้อมของกลางเป็นพระเครื่องและสิ่งของมีค่าที่ถูกขโมยไปจำนวนหนึ่ง โดยผู้ต้องหาทั้งสองเป็นชายวัย 35 และ 42 ปี มีอาชีพรับจ้างทั่วไป
รายละเอียดการจับกุม
ตำรวจได้สืบสวนติดตามจากกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อม จนสามารถระบุตัวผู้ต้องหาได้ จากนั้นจึงขอหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้งสองราย ซึ่งพบของกลางจำนวนมาก อาทิ พระเครื่อง 20 องค์ สร้อยคอทองคำ 2 เส้น และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุเพียงลำพัง แต่มีผู้ร่วมขบวนการอีกคนหนึ่งคอยวางแผนและนัดแนะสถานที่ในการนำของกลางไปขาย
ของกลางและหลักฐาน
นอกจากของกลางที่พบแล้ว เจ้าหน้าที่ยังยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการงัดแงะอีกจำนวนหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ และตรวจสอบว่ามีการนำพระเครื่องไปจำหน่ายที่ใดบ้าง
ทางด้านเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวเปิดเผยว่า พระเครื่องที่ถูกขโมยไปส่วนใหญ่เป็นพระเครื่องรุ่นเก่าที่มีอายุหลายสิบปี มีมูลค่าทางจิตใจสูง และบางองค์เป็นพระเครื่องที่พุทธศาสนิกชนนำมาถวายเพื่อความเป็นสิริมงคล หวังว่าตำรวจจะสามารถติดตามพระเครื่องที่เหลือคืนมาได้ทั้งหมด
ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งสองรายถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.เมืองยะลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยถูกแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 10,000 บาท



