เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด (บช.ปส.) ร่วมกับตำรวจ สภ.หนองคาย จับกุมนายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 150,000 เม็ด บรรจุอยู่ในกระสอบปุ๋ยจำนวน 2 กระสอบ โดยนายสมชายได้หอบหิ้วของกลางมายังสถานีตำรวจ สภ.หนองคาย เพื่อมอบตัวกับพนักงานสอบสวน
สารภาพรับจ้างขนยาเสพติด
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสมชายให้การรับสารภาพว่า ตนรับจ้างจากเครือข่ายยาเสพติดให้ขนยาบ้าจากพื้นที่ชายแดนจังหวัดหนองคายไปยังพื้นที่ภาคใต้ โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 30,000 บาท โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ลงมือขนยาเสพติด แต่ถูกจับกุมเสียก่อนขณะนำของกลางมาส่งมอบให้ตำรวจ
นายสมชายกล่าวว่า “ผมรู้ว่าผิดกฎหมาย แต่ด้วยความยากจนและไม่มีทางเลือก จึงตัดสินใจรับจ้างขนยาเสพติด โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 30,000 บาท ซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับผม”
ของกลางยาบ้ากว่า 1.5 แสนเม็ด
ของกลางที่ตรวจยึดได้เป็นยาบ้าจำนวน 150,000 เม็ด บรรจุในกระสอบปุ๋ย 2 กระสอบ คาดว่ามีมูลค่ากว่า 4.5 ล้านบาทในท้องตลาด โดยยาบ้าดังกล่าวถูกส่งมาจากพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังพื้นที่ภาคใต้ผ่านเครือข่ายยาเสพติด
พ.ต.อ.สมชาย กล้าหาญ รองผู้บังคับการปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า “การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนขยายผลจากเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ โดยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้แพร่ระบาดลงสู่พื้นที่ตอนล่างของประเทศ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ”
โทษทางกฎหมาย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม นายสมชายอาจได้รับโทษลดลงเนื่องจากให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
พ.ต.อ.สมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า “คดีนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจว่าไม่ว่าอายุเท่าไร หากเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็ต้องรับโทษตามกฎหมาย โดยเฉพาะการรับจ้างขนยาเสพติดซึ่งเป็นอาชีพที่ผิดกฎหมายและเสี่ยงต่อการถูกจับกุม”
แนวโน้มการแพร่ระบาดของยาเสพติด
จากสถิติของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พบว่าในปี 2567 มีการจับกุมคดียาเสพติดรายใหญ่เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน
การจับกุมลุงวัย 70 ปีครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ผู้สูงอายุเป็นเครื่องมือในการขนยาเสพติด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อาจถูกชักจูงได้ง่ายเนื่องจากความยากจนและขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต่อไป



