พบรถกระบะจมคลองบางกอกน้อย หนุ่มใหญ่วัย 60 เสียชีวิต
เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2567 เกิดเหตุสลดขึ้นเมื่อรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ ทะเบียน 1ฒอ 1234 กรุงเทพมหานคร ตกลงไปในคลองบางกอกน้อย บริเวณใกล้เคียงกับวัดบางกอกน้อย เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ส่งผลให้ชายหนุ่มอายุประมาณ 60 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและตำรวจ สน.ตลิ่งชัน ต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงในการกู้รถขึ้นมาจากน้ำ
ญาติยังไม่สามารถระบุตัวตนผู้เสียชีวิตได้
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าผู้เสียชีวิตเป็นชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 60 ปี สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเข้ม กางเกงขายาวสีดำ ไม่พบเอกสารประจำตัวหรือบัตรประชาชนในตัว ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้แน่ชัด ญาติที่เดินทางมาดูที่เกิดเหตุก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นบุคคลในครอบครัว เนื่องจากใบหน้าของผู้เสียชีวิตบวมเป่งจากการแช่น้ำนาน และไม่มีร่องรอยบาดแผลหรือรอยสักที่ชัดเจน
สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน
พ.ต.ท. สมชาย ใจดี รองผู้กำกับการสอบสวน สน.ตลิ่งชัน เปิดเผยว่า "เบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตอาจจะขับรถมาด้วยความเร็วแล้วเสียหลักตกลงไปในคลอง แต่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ ต้องรอผลการตรวจสอบจากแพทย์นิติเวช และการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุอีกครั้ง" นอกจากนี้ ยังพบว่ารถกระบะคันดังกล่าวจดทะเบียนในชื่อของนายสมคิด ใจบุญ อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างการติดตามตัว เนื่องจากมีหมายจับในคดีฉ้อโกง เจ้าหน้าที่จึงต้องตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลดังกล่าวหรือไม่
ผลกระทบต่อชุมชนและความปลอดภัย
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตื่นกลัวให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง โดยเฉพาะผู้ที่สัญจรผ่านคลองบางกอกน้อยเป็นประจำ เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นโค้งอันตรายและไม่มีไฟส่องสว่างเพียงพอ ชาวบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งไฟส่องสว่างและป้ายเตือนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่า "คลองบางกอกน้อยเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุรถตกร่องน้ำบ่อยครั้ง เนื่องจากถนนแคบและไม่มีราวกั้น ควรมีการปรับปรุงความปลอดภัยโดยด่วน"
การดำเนินการทางกฎหมายและขั้นตอนต่อไป
ตำรวจจะทำการตรวจสอบดีเอ็นเอจากญาติเพื่อยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิต และตรวจสอบประวัติของรถกระบะว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอื่นหรือไม่ หากพบว่าผู้เสียชีวิตเป็นนายสมคิด ใจบุญ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง คดีนี้จะถูกส่งต่อไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนร่างผู้เสียชีวิตจะถูกส่งไปยังสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ก่อนที่จะมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป



