ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญ หลังสืบสวนขยายผลนานกว่า 6 เดือน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์ 20 กิโลกรัม ยาบ้า 500,000 เม็ด และทรัพย์สินมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
การสืบสวนขยายผล
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเครือข่ายค้ายาเสพติดที่มีการลักลอบนำเข้ายาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้พื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลเป็นจุดพักและกระจายยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบถึงเส้นทางการเงินและผู้เกี่ยวข้อง
จากการสืบสวนพบว่าเครือข่ายนี้มีการใช้บัญชีม้าและธุรกรรมทางการเงินที่ซับซ้อนเพื่ออำพรางเส้นทางการเงิน รวมถึงใช้รถยนต์หรูและบ้านจัดสรรเป็นที่พักยาและที่พักอาศัยของแกนนำ
การจับกุมและของกลาง
เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกัน 5 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย ประกอบด้วย
- นายเอ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี แกนนำเครือข่าย ถูกจับกุมที่บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี พร้อมยาไอซ์ 10 กิโลกรัม และยาบ้า 200,000 เม็ด
- นางบี (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ภรรยาของนายเอ ถูกจับกุมที่คอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร พร้อมยาไอซ์ 5 กิโลกรัม และเงินสด 5 ล้านบาท
- นายซี (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ผู้ช่วยแกนนำ ถูกจับกุมที่บ้านเช่าในจังหวัดปทุมธานี พร้อมยาไอซ์ 5 กิโลกรัม และยาบ้า 300,000 เม็ด
- นายดี (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ผู้ดูแลรถยนต์ ถูกจับกุมที่อู่ซ่อมรถในกรุงเทพมหานคร พร้อมรถยนต์หรู 3 คัน
- นางสาวอี (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ผู้ดูแลบัญชี ถูกจับกุมที่บ้านพักในกรุงเทพมหานคร พร้อมสมุดบัญชีและเอกสารการเงิน
ทรัพย์สินที่ยึด
เจ้าหน้าที่สามารถยึดทรัพย์สินของเครือข่ายมูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท ประกอบด้วย
- เงินสด 10 ล้านบาท
- รถยนต์หรู 5 คัน มูลค่า 15 ล้านบาท
- บ้านและคอนโดมิเนียม 3 แห่ง มูลค่า 20 ล้านบาท
- ทองคำรูปพรรณ 10 บาท มูลค่า 400,000 บาท
- นาฬิกาหรู 5 เรือน มูลค่า 2 ล้านบาท
- กระเป๋าแบรนด์เนม 10 ใบ มูลค่า 1 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังอายัดบัญชีธนาคารอีก 10 บัญชี มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
การดำเนินคดี
ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์และยาบ้า)” และ “สมคบกันฟอกเงิน” โดยเจ้าหน้าที่จะทำการขยายผลเพิ่มเติมเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี
พลตำรวจโท จักรกฤษณ์ พิณเนียม ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยเน้นการตัดวงจรการค้ายาเสพติดทั้งในส่วนของผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้สนับสนุน
ด้านนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การยึดทรัพย์สินครั้งนี้จะช่วยตัดทอนกำลังของเครือข่ายยาเสพติด และเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด



