ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน จับกุมชาวอิสราเอล ลักลอบค้ายาเสพติด ซุกยาในถุงเท้า มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
จับชาวอิสราเอลค้ายาเสพติดเกาะพะงัน ซุกยาในถุงเท้า 50 ล้าน (14.02.2026)

ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน จับกุมชาวอิสราเอลลักลอบค้ายาเสพติด ซุกยาในถุงเท้า มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินการจับกุมชายชาวอิสราเอลในข้อหาลักลอบค้ายาเสพติด หลังใช้วิธีแอบซุกยาเสพติดไว้ในถุงเท้าและกำหนดพิกัดนัดรับ-ส่งโดยไม่ปรากฏตัว จากการขยายผลตรวจค้นพบยาเสพติดหลายชนิดที่มีมูลค่าสูง

การบุกตรวจค้นร้านอาหารและยึดของกลางมูลค่ามหาศาล

ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันได้นำกำลังเข้าตรวจค้นร้านอาหารแห่งหนึ่งในบริเวณหาดหินกอง หลังจากควบคุมตัวนายชาย อัลฟาซี ชาวอิสราเอลซึ่งเป็นเจ้าของร้านได้ ขณะที่เขากำลังถูกวางแผนล่อซื้อยาเสพติด จากการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบที่มีน้ำหนักมากผิดปกติ เมื่อเปิดตรวจสอบพบช่องลับภายในที่บรรจุยาเสพติดหลากหลายชนิด

ยาเสพติดที่ถูกยึดได้รวมถึง โคเคน ยาอี เฮโรอีน และเห็ดขี้ควาย ซึ่งมีมูลค่ารวมกันสูงกว่า 50 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษแก่ผู้ต้องหา พร้อมควบคุมตัวและของกลางส่งต่อพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วิธีการลักลอบค้ายาเสพติดที่ซับซ้อนและแผนการขยายผล

การตรวจค้นในครั้งนี้มีที่มาจากการสืบทราบของเจ้าหน้าที่ว่ามีชายชาวอิสราเอลรายหนึ่งลักลอบค้ายาเสพติดให้นักท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนล่อซื้อโดยติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp เพื่อเจรจาซื้อขาย ก่อนจะระบุพิกัดสำหรับรับ-ส่งสินค้าโดยที่ผู้ขายจะไม่ปรากฏตัวให้เห็น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ในครั้งนี้ ผู้ขายใช้วิธีบรรจุยาเสพติดไว้ในถุงเท้าและวางทิ้งไว้เพื่อให้ลูกค้ามารับ จากนั้นลูกค้าต้องจ่ายเงินสดโดยใส่ไว้ในถุงเท้าในลักษณะเดียวกัน และถ่ายคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานส่งกลับให้ผู้ขาย จนกระทั่งนายชาย อัลฟาซี ปรากฏตัวและหยิบเงินในถุงเท้า เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมตัวได้ในทันที

ตำรวจยังเตรียมขยายผลการสอบสวนไปยังเครือข่ายชาวต่างชาติที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระจายยาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ เพื่อปราบปรามอาชญากรรมให้หมดสิ้นและรักษาความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว