อุบัติเหตุสะเทือนใจ! เก๋งบีเอ็มดับเบิลยู Z4 พลิกคว่ำกลางถนนหาดใหญ่ คนขับกระเด็นเสียชีวิตคาที่
เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นในยามดึกที่จังหวัดสงขลา เมื่อรถยนต์เก๋งสปอร์ตบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น Z4 สีดำ ทะเบียน กน 1777 ตรัง พลิกคว่ำกลางถนนลพบุรีราเมศวร์ สายหาดใหญ่-สงขลา ฝั่งขาออก อำเภอหาดใหญ่ แถวมัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา พื้นที่ตำบลคลองแห โดยคนขับร่างกระเด็นหลุดจากรถเสียชีวิตคาที่อย่างน่าเศร้า
ตำรวจเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์
เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันนี้ (9 เมษายน 2569) พันตำรวจเอกมาชา แก้วทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งพลิกคว่ำบนถนนดังกล่าว หลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุพร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ชุดสืบสวนและฝ่ายปราบปราม สภ.หาดใหญ่ รวมถึงทีมกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ้ง) หาดใหญ่
ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งสปอร์ตบีเอ็มดับเบิลยู Z4 สีดำ จอดขวางอยู่กลางถนน ในสภาพตัวรถยุบและมีรอยครูดจากการพลิกคว่ำอย่างรุนแรง ข้างรถมีร่างคนขับกระเด็นหลุดออกมาจากรถเสียชีวิตคาที่ ซึ่งทราบชื่อคือนายธีระศักดิ์ พรหมมา อายุ 55 ปี โดยพบบนนามบัตรว่าเป็นฝ่ายเทคนิคของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งที่ทำเกี่ยวกับระบบโทรคมนาคม
พบของมีค่าแต่ไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ยังพบโทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง กระเป๋าสตางค์ที่มีเงินสดประมาณ 3,000 กว่าบาท และเอกสารรวมถึงบัตรต่างๆ ภายในรถ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบความผิดปกติอย่างอื่นหรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ ภายในรถยนต์คันดังกล่าว
สาเหตุอาจมาจากความเร็วสูง
จากการสอบสวนในเบื้องต้น ตอนเกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์โดยตรงว่าสาเหตุที่ทำให้รถคันนี้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำเกิดจากอะไร มีเพียงคนขับรถผ่านมาพบหลังจากที่รถจอดขวางถนนอยู่แล้ว และมีร่างคนขับเสียชีวิตอยู่ข้างรถ
แต่จากการประเมินเหตุการณ์เบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ เป็นไปได้ว่าคนขับอาจจะขับมาด้วยความเร็วสูงและเกิดเสียหลักควบคุมรถไม่อยู่ จึงทำให้รถหมุนคว้างและพลิกคว่ำกลางถนนอย่างรวดเร็ว ตำรวจจะสอบสวนพยานแวดล้อมและภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อประกอบคดีและหาสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป
ส่งร่างผู้เสียชีวิตและประสานญาติ
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อดำเนินการทางนิติเวช และประสานญาติให้มารับร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป อุบัติเหตุครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ใช้เส้นทางในพื้นที่ และเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัย



